สืบนครบาล ร่วมสืบ 113 รวบ ‘หนุ่มเฮงเงินทุน’ ทวงหนี้โหด สุดท้ายไม่พ้นถูกรวบดำเนินคดี

15.09.23 | 11:19 น.

สืบนครบาล ร่วมสืบ 113 รวบ “หนุ่มเฮงเงินทุน” ทวงหนี้โหด สุดท้ายไม่พ้นถูกรวบดำเนินคดี

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริต โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ร่วมกับชุด PCT5 พร้อมด้วยนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์จนพบความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งถูกเจ้าหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยโหดใช้ลูกน้องมาข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย คุกคามบุคคลในครอบครัว ซึ่งหนึ่งในบุคคลที่ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายพีระพันธุ์ หรือ หนุ่ม ซึ่งขณะนั้นร่วมกับหลานซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้า หลังทราบว่ามีคดีได้หลบหนีไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร่วมกับชุด PCT5 พร้อมด้วยนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 (ชุดปฏิบัติการที่ 7) รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., ชุด PCT5 พร้อมด้วยนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 (ชุดปฏิบัติการที่ 7) ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายพีระพันธุ์ หรือหนุ่ม อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.556/2566 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้”

Advertisement

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยรับว่าตนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เดิมทีประกอบอาชีพช่างโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ต่อมาได้รับการชักชวนจากเพื่อนและหลานซึ่งทำงานเก็บเงินกู้รายวันมาก่อน ชักชวนให้มาทำงานเก็บเงินกู้ย่านมีนบุรี บอกว่ารายได้ดี งานสบาย จึงมาสมัครทำงาน ได้ค่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 6,000 บาท เบี้ยเลี้ยงวันละ 100 บาท โดยทำหน้าที่ร่อนนามบัตร “เฮงเงินทุน” และเก็บเงินกู้ เกี่ยวกับข้อหาตามหมายจับ น่าจะเป็นกรณีซึ่งตนจำได้ว่าเมื่อช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2566 ตนและหลานซึ่งเป็นคู่ขาเก็บเงินกู้ได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายซึ่งเปิดร้านอาหารตามสั่งแถวถนนราษฎร์ร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ สนใจกู้เงินจำนวน 10,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อเดือน โดยกำหนดให้ชำระเป็นรายวัน วันละ 500 บาท จำนวน 24 วัน โดยโอนเงินให้ผู้กู้จำนวน 9,000 บาท (หักค่าส่งงวดแรกจำนวน 500 บาท หักค่าเอกสาร จำนวน 500 บาท) ให้ส่งค่างวดรายวันโดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตน ต่อมาผู้กู้แจ้งว่าขาดสภาพคล่องไม่สามารถส่งเงินกู้รายวันได้ทันตามกำหนด ตนและคู่ขาเก็บเงินกู้จึงเดินทางไปด่า ข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายผู้กู้และทำลายทรัพย์สินภายในร้านของผู้กู้ รวมทั้งสามีและบุตรของผู้กู้ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุให้ผู้กู้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน เมื่อรู้ว่าตนน่าจะถูกดำเนินคดี จึงเกิดความกลัวและได้หลบหนีมาพักอาศัยในพื้นที่จังหวัดนครนายก

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบข้อมูลกระทำความผิด จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย
(1) ปี 2565 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ตัวการขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น” ท้องที่ สภ.คอนสาร
(2) ปี 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันในข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราโดยให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี” ท้องที่ สน.มีนบุรี
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพตลอดจน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการใช้ความรุนแรง และภยันตรายจากอาชญากรรมต่างๆ ในสังคม มีหลายรูปแบบ ของให้พี่น้องประชาชนจงช่วยกันระมัดระวังป้องกันเหตุ หรือช่วยเหลือแจ้งเบาะแส แจ้งเหตุให้ทันท่วงที หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลใดจะเข้ามาก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มากหรืออื่นๆ แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.