ไทยหนุนอินโดนีเซีย-ลาว แก้มติแหล่งมรดกโลกเสี่ยงต่อผลกระทบ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-25 กันยายน ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน เป็นการประชุมในวันที่ 4 โดยมีนายพืชภพ มงคลนาวิน รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานเเห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำคณะผู้เเทนไทย จากกระทรวงการต่างประเทศ กรมอุทยานเเห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานนโยบายและเเผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เข้าร่วมการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมวันนี้ มีวาระการพิจารณาที่สำคัญ ซึ่งไทยในฐานะกรรมการมรดกโลกได้ให้การสนับสนุนการขอปรับแก้ไข ร่าง ข้อมติ คือ แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม บุโรพุทโธ ซึ่งอินโดนีเซีย ได้มีการจัดทำแผนการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ซึ่งรวมถึงการป้องกันผลกระทบจากโครงการพัฒนาโดยรอบพื้นที่ การปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการศึกษาผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก
นอกจากนั้น ไทยยังให้การสนับสนุนคำขอแก้ไข ร่าง ข้อมติแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองหลวงพระบาง โดยมีประเด็นสำคัญที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม คือ การก่อสร้างเขื่อนพลังงานน้ำหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางประมาณ 25 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ โดยยังคงให้ลาวดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะการศึกษากระทบต่อแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ ตามแนวทางของอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก
โดยผู้แทนจากประเทศญี่ปุ่น มีความเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบันเขื่อนพลังงานน้ำเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิกาศได้ และไม่เห็นด้วยกับการที่องค์กรที่ปรึกษาเสนอให้การย้ายที่ตั้ง หรือหยุดการดำเนินการใดๆ ซึ่งไม่เฉพาะแต่กรณีเขื่อนหลวงพระบางเท่านั้น โดยมีประเทศสมาชิกให้การสนับสนุนการขอปรับแก้ไข ร่าง ข้อมติ อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ รัสเซีย อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ กรีซ ไนจีเรีย และซาอุดีอาระเบีย


