กรมพัฒน์ ขานรับนโยบาย รมว.พิพัฒน์ ยกระดับทักษะแรงงานชั้นสูงรองรับค่าจ้างตามความสามารถ

15.09.23 | 13:37 น.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงาน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานวานนี้ (14 ก.ย.66) ได้มอบนโยบายภายใต้แนวคิด “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ซึ่งในส่วนของทักษะดี มีงานทำนั้น ซึ่งมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานขั้นสูงเพื่อรองรับการจ่ายค่าจ้างตามความสามารถในการปฏิบัติงาน และเร่งอัพสกิล (Up-Skill) ทักษะฝีมือแรงงานเพื่อการมีงานทำรองรับเศรษฐกิจใหม่ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน

น.ส.บุปผา กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ดำเนินการพัฒนายกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานในแต่ละสาขาอาชีพของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานทุกมิติ จากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับขึ้นอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 54 สาขา มี 3 ระดับฝีมือ จากที่ได้ประกาศไปแล้ว 129 สาขาอาชีพ อาทิ ช่างเย็บผ้า ระดับ 1 จากเดิมวันละ 345 บาท เป็น 370 บาท ช่างปูกระเบื้องและพื้น ระดับ 1 จาก 450 บาท เป็น 485 บาท ช่างไฟฟ้าอาคาร ระดับ 1 จาก 440 บาท เป็น 470 บาท ช่างซ่อมเครื่องยนต์ จาก 400 บาท เป็น 430 บาท โดยจะมีผลภายใน 90 วัน นับจากวันที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ สอดคล้องกับแผนของรัฐบาลที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ในเดือน มกราคม 2567“แรงงานที่มีอยู่ในสาขาอาชีพดังกล่าว ควรพัฒนาทักษะฝีมือของตนให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ ควรเข้ารับการทดสอบฝีมือเพื่อการันตีความสามารถของตนให้เหมาะสมกับค่าจ้างที่เป็นธรรม และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้แรงงานได้รับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานมากยิ่งขึ้น ทางสถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ต้องคัดเลือกหลักสูตรที่ทันสมัยสอดรับกับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ และเตรียมความพร้อมของศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานทั้งในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาร่วมเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อการบริการประชาชน สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4” น.ส.บุปผา กล่าว