จับหนุ่มหลอกเหยื่อลงทุนทำร้านอาหารหวังฮุบกิจการ

15.09.23 | 16:36 น.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร รอง ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ. พ.ต.ท.นนทพัทธ์ ยอดแก้ว รอง ผกก.3 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาสกร นภาโชติ รอง ผกก.3 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ชวลิต น้ำใจสัตย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.,พร้อมกำลังตำรวจสังกัด กก.3 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายประวิทย์(สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลอาญา ความผิดฐาน ฉ้อโกง, เป็นบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท กระทำหรือยินยอมให้กระทำการ (1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอม บัญชี เอกสารหรือหลักประกันของบริษัท หรือ (2) ลงข้อความเห็นหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี หรือเอกสารของบริษัทหรือที่เกี่ยวกับบริษัท ได้ที่บ้านพัก หมู่ที่ 3 ถ.ธนะรัชต์-วังน้ำเขียว ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อ บก.ปอศ. ว่าถูกบุคคลซึ่งเป็นคนรู้จักกันชักชวนและหลอกลวงให้ลงทุนเปิดกิจการร้านอาหารและหวังฮุบธุรกิจ โดยหลอกให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัทจำกัด พร้อมทั้งให้ผู้เสียหายออกเงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท และขอถือหุ้นจำนวน 25 % แต่ยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้น อ้างว่าจะนำเงินมาลงทุนร่วมด้วยในภายหลัง พร้อมรับอาสาดำเนินการเกี่ยวกับการติดต่อเช่าพื้นที่ ติดต่อผู้รับเหมา จัดซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งร้านและสินค้าที่จะมาจำหน่ายในการดำเนินกิจการของร้าน มีการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการให้แก่ผู้ต้องหา เมื่อผู้เสียหายประสงค์ให้ผู้ต้องหานำหลักฐานเกี่ยวกับค่าก่อสร้าง รวมทั้งการว่าจ้างผู้รับเหมา ซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งร้าน ทั้งหมดมาชี้แจงเพื่อจะนำค่าใช้จ่ายมาลงในระบบบัญชีของบริษัท ปรากฏว่าผู้ต้องหาสามารถแสดงหลักฐานได้เพียง 2 ล้านบาท พร้อมทั้งกีดกันไม่ให้ผู้เสียหายเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการ จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหามีเจตนาที่จะเบียดบังเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายรวมถึงกิจการร้านอาหารมาเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียวแต่ทำไม่สำเร็จและหลบหนีไป เบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาอ้างว่าไม่ได้เป็นการหลอกลวงผู้เสียหาย มีการประกอบกิจการร้านอาหารอยู่จริงแต่ภายหลังไม่สามารถตกลงกันเรื่องผลประโยชน์ได้