บิ๊กโจ๊ก ชี้เตรียมการไว้แล้ว ขนปืนตั้งใจยิง ‘สารวัตรแบงค์’ ลั่น ใครให้การเท็จ โดนทั้งหมด

15.09.23 | 14:31 น.

บิ๊กโจ๊ก ชี้เตรียมการไว้แล้ว ขนปืนตั้งใจยิง ‘สารวัตรแบงค์’ ลั่น ใครให้การเท็จ โดนทั้งหมด

จากกรณีมีรายงานข่าวแจ้งว่า กล้องวงจรปิดอีก 2 จุด ที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญนั้น กู้คืนได้แล้ว แต่ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งวินาทีก่อนที่มีการเกิดเหตุ กล้องได้มีการหยุดทำงานจริง ทำให้เชื่อได้ว่าก่อนเกิดเหตุ มีคนสั่งการให้ดึงปลั๊กกล้องออก ก่อนที่จะมาเสียบใหม่อีกครั้ง จึงจับภาพได้เพียงหลังเกิดเหตุเท่านั้น ตามที่ได้รายงานไปนั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโหนกระแสว่า จากกล้อง 13 ตัว เห็นเหตุการณ์โดยรอบ ก่อนเกิดเหตุ และหลังยิง ใครทำหน้าที่อะไร ใครให้การเท็จ หรือก่อนเกิดเหตุกำนันเตรียมลูกน้องอย่างไรบ้าง แต่ว่า จุดเกิดเหตุคือ กล้อง 2 ตัวนี้ นาทีที่ลั่นไก กู้แล้ว แต่จุดที่เห็นตอนลั่นไก หายไป เพราะก่อนจะยิง มีคน น่าจะเป็นลูกน้องกำนัน ไปดึงปลั๊กออก จากที่ดูเมื่อวาน เหตุการณ์ทั้งหมดมีการเตรียมการที่จะยิง นาทีก่อนจะยิง รู้อยู่แล้วว่าจะต้องยิง ก็เลยต้องถอดกล้องวงจรปิดจุดนั้นออก เพื่อไม่ให้เห็นภาพนาทีลั่นไก แต่ดูสภาพแวดล้อมนั้น 13 ตัว เห็นได้ว่ามีการเตรียมอาวุธ เตรียมการไว้ก่อนจะยิงอยู่แล้ว

“สารวัตรเข้ามาที่เกิดเหตุไม่นาน แต่ก่อนเกิดเหตุมีการขนปืนเข้ามาในบ้าน ลูกน้องกำนันขนปืนมาไว้ ขณะทำการยิง จากการสืบสวน และจากที่ดู เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าตั้งใจจะยิงอยู่แล้ว เลยดึงปลั๊กออก เพื่อไม่ให้เห็นตอนยิง อุกอาจมาก แย่มาก”

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ที่แย่ไปกว่านั้น หลังเกิดเหตุ ตำรวจโดยส่วนใหญ่ ก็ไม่ให้ความจริง ให้การขัดแย้งข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ไม่ได้ว่าอะไร ทุกคนก็ให้การเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่วันนี้ใครให้การเท็จ ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เหตุเกิด ตำรวจอยู่กับคนร้าย คนยิงขณะยิงความผิดซึ่งหน้าไม่ต้องออกหมายจับ จับกุมได้เลย เกิดเหตุแล้วทิ้งที่เกิดเหตุ ต่างคนต่างออก ไม่รักษาที่เกิดเหตุ ก็เป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

Advertisement

ถามว่า ถือว่าเป็นการจัดฉากเพื่อยิงเลยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่าจัดฉาก แต่เรียนว่า ตอนนี้ต้องว่าตามพยานหลักฐาน คือ มีการตระเตรียมการไว้ก่อนแล้ว มีการนำอาวุธมา ดึงกล้องออก เป็นความเหิมเกริม ตระเตรียมการไว้ก่อน หลังเกิดเหตุ มีการเตรียมทางออก มีการลำเลียงคนแก่ ผู้ใหญ่ออก การลำเลียงออกหมายถึงว่า จะมีการยิงกันแล้ว พฤติการณ์แบบนี้ ตำรวจรู้หมด ว่าคืออะไร กล้องที่หายไป 2 ตัว ก็สั่งให้กู้เมื่อเช้าอย่างเต็มที่ แต่ภาพขณะที่ยิงไม่มี เพราะหายไปตั้งแต่ชักปลั๊กออก ต้องเรียนว่า ไม่ได้ทำให้คดีนั้นเสียไป คดีของกำนันนก ลูกน้อง จบแล้ว วันนี้มีพยานยืนยัน ต้องการภาพให้สำนวนสมบูรณ์ แค่นั้นเอง แต่ถึงไม่มี ก็มีประจักษ์พยาน ลายพิมพ์นิ้วมือ ฝ่ามือ รวมถึงอาวุธปืน ที่ใช้ในการก่อเหตุและรถที่พาหนี

“วันนี้สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถาม ว่ากำนันนกจะโดนข้อหาอะไร มีคนถามว่ากำนันนกยิงหรือเปล่า ในหลักกฎหมาย กำนันนกสั่งให้ยิง นายหน่องเป็นคนยิง นายหน่องตายแล้ว กำนันนกในหลักกฎหมาย รับผิดเสมือนเป็นคนยิง กำนันนกสั่งให้แม่บ้านทำความสะอาด ก็ต้องรับผิด ทำลายพยาน วันนี้เรื่องการยิง ก่อเหตุต่างๆ พยานหลักฐานมัดจนไม่มีทางรอด”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ที่ทำต่อคือ การบูรณาการตรวจสอบ ฮั้วประมูลใหม่ ร่ำรวยผิดปกติ อังคาร 10 โมง ได้นัดหน่วยงานต่างๆ 7-8 หน่วย ประชุมว่าหน่วยไหนตรวจอะไรบ้าง อาทิ เส้นทางการเงิน วันนี้กราบเรียนว่า การจะปราบปรามผู้มีอิทธิพล จะไปแค่จับกุมดำเนินคดี แค่ปลายเหตุ ต้องไล่ไปต้นเหตุ คือ มาตรการดำเนินคดีฐานฟอกเงิน และยึดทรัพย์ จะสิ้นซาก ถ้าเขาผิดจริง ออกจากคุกจะหมดตัวเลย

เมื่อถามว่า มีการลำเลียงปืนมา ตำรวจ 20 กว่านายไม่เห็นหรือ หรือเห็นแล้วเพิกเฉย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเห็นหรือไม่เห็น เพราะทุกคนก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ให้การในส่วนที่ว่าเห็นหรือไม่เห็น แต่ตำรวจส่วนใหญ่มีปืนทั้งหมด แทบจะทุกคน ต้องให้ความเป็นธรรมกับกำนันนก และตำรวจ หลักบริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษาถึงที่สุด ในส่วนของตน หากพบหลักฐานก็ต้องตั้งข้อกล่าวหา ทางคดี เพื่อเอาขึ้นสู่ศาล ส่วนเขาก็ชี้แจงข้อกล่าวหาได้

“ทั้งหมด ไม่มีใครให้การตรงกับกล้องวงจรปิดเลย ให้การไม่ตรงความเป็นจริง ไม่ว่าพลเรือน หรือ ตำรวจ ก็จะเข้าความผิด ฐานให้การเท็จ อื่นๆ จะไล่ต่อไป”

ก่อน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะกล่าวยืนยันว่า มีการชักปลั๊กหลังกล้องออก ได้กำกับดูใกล้ชิด แต่ไม่เป็นไร ถึงแม้ไม่เห็นภาพขณะยิง ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หลักฐานมัดชัดอยู่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เผย มีคนดึงปลั๊กกล้องวงจรปิด ‘บ้านกำนันนก’ ออก ก่อนลั่นไกยิง สารวัตรแบงก์ดับ