รัฐบาลทุ่มงบฯช้อปปิ้ง ซื้อปืน-รถ-วิทยุ-กล้องไฮเทคให้ตำรวจ ชู ‘สมาร์ทโปลิส’

6.01.17 | 15:24 น.

วันที่ 6 มกราคม 2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร. แถลงผลงานการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ พาหนะในการทำงาน ภายในปีงบประมาณ 2559-2560 ว่า นับแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มากำกับตร. ก็ดูแล ตร.อย่างดี จัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์การทำงาน พาหนะต่างๆ ที่ขาดแคลน มีการจัดซื้ออาวุธปืน ยานพาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากทางรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์กรตำรวจให้มีประสิทธิภาพ เป็นสมาร์ทโปลิส จึงจัดสรรงบประมาณให้ ตร.มาดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ต้องขอบคุณรัฐบาลนี้

พล.ต.ติณภัทร ภุมรินทร์ รรท.ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล กล่าวว่า ในปีนี้มีการจัดซื้ออาวุธปืนกล็อก 19 กว่า 19,910 กระบอก ทดแทนปืนกล็อก และ .38 รุ่นเก่าที่ไม่ได้จัดซื้่อมานานกว่า 70 ปี โดยปืนนี้เป็นปืนรุ่นใหม่ ทำสัญญาซื้อราคาถูกกว่าท้องตลาด นำไปให้ตำรวจจบใหม่ ทั้งนักเรียนนายร้อยตำรวจและนายสิบตำรวจใช้งาน ส่วนหนึ่งใช้ในพื้นที่ ศชต.โดยไม่ต้องซื้อเองเหมือนที่ผ่านมา จะได้รับของช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ทั้งนี้ การจัดหาอาวุธปืนให้ใช้งาน จะทำให้ตำรวจไม่ต้องจัดหาทุกอย่างด้วยตัวเองจนถูกกล่าวหาว่ารีดไถ นอกจากนี้ยังมีการจัดซื้อรถจักรยานยนต์กว่า 10,000 คัน รถยนต์กว่า 1,500 คัน รถบรรทุกกว่า 100 คัน และรถบัสโดยสาร 12 คัน และยังจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แก้ปัญหาค่าไฟฟ้าที่ใช้งบประมาณมาก เพื่อให้ประจำใช้งานตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยทุกโครงการอนุมัติและส่งมอบให้สถานีตำรวจต่างๆ ไปใช้งานแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.สทส.กล่าวว่า ส่วนด้านการพัฒนาทางเทคโนโลยีสำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร ยังมีโครงการจะจัดซื้อวิทยุสื่อสารดิจิทัลระบบ 4 จี แอลทีอี กว่า 15,000 เครื่อง มาใช้แทนวิทยุสื่อสารระบบอนาล็อกและจัดหากล้องวิดีโอติดตามตัวมาประจำกาย เพื่อการทำงานเข้าพื้นที่ มีระบบคอมมานคอนโทรลที่ทันสมัย ใช้ในพื้นที่ความมั่นคง ให้กับตำรวจที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน ถือเป็นการพัฒนาโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งจะติดตั้งระบบไวไฟอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใน 1,200 สถานีด้วย

ผบช.สทส.กล่าวด้วยว่า การจัดหาระบบวิทยุตามโครงการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลระบบ 4 จี LTE ทดแทนระบบอนาล็อกที่ใช้งานมากว่า 50 ปี โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ เพื่อสามารถรับ-ส่งเสียง รูปภาพ วิดีโอ และข้อมูลความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแบ่งกลุ่มการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งป้องกันการดักฟังข้อมูล กรณีรับ-ส่งข้อมูลสำคัญ และแสดงพิกัดจีพีเอส หรือตำแหน่งที่อยู่ของเครื่องวิทยุสื่อสาร ซึ่งได้รับการอนุญาตจาก กสทช. ให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 800 MHz ทั้งนี้ ระยะแรกจะติดตั้งสถานีฐานจำนวน 170 สถานี ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ โดยจัดหาเครื่องลูกข่ายประมาณ 15,000 เครื่อง แจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปราม สายงานปฏิบัติการพิเศษ สายงานควบคุมฝูงชน และให้ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 สามารถควบคุมสั่งการระบบสื่อสารได้ รวมถึงจัดหารถปฏิบัติการเคลื่อนที่สำหรับขยายข่ายการติดต่อสื่อสารในพื้นที่ที่ไม่มีโครงข่าย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2560 ส่วนระยะที่สองจะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ขยายพื้นที่การใช้งานไปยัง จ.เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต และเมืองท่องเที่ยว อาทิ อ.หาดใหญ่ เมืองพัทยา หัวหิน และเกาะสมุย ขณะที่ระยะที่สาม จะร่วมมือกับ กสทช. และผู้ให้บริการโครงข่าย ให้หน่วยงานที่มีภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมถึงภัยพิบัติให้มาใช้งานโครงข่ายร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน