‘บิ๊กโจ๊ก’ เชื่อตั้งใจฆ่า สว.แบงค์ ปูดเตรียมการล่วงหน้า ถอดปลั๊กกล้องนาทียิง

16.09.23 | 07:00 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ เชื่อตั้งใจฆ่า สว.แบงค์ ปูดเตรียมการล่วงหน้า ถอดปลั๊กกล้องนาทียิง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน กรณี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกหน่อง หรือนายธนัญชัย หมั่นมาก อายุ 45 ปี คนร้าย ลั่นไกกระสุนเข้าตามตัว 5 นัด เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ถูกยิงบาดเจ็บ 1 นัด ขณะร่วมงานเลี้ยงบ้านกำนันนก หรือนายประวีณ จันทร์คล้าย อายุ 35 ปี กำนัน ต.ตาก้อง จ.นครปฐม ผู้กว้างขวางและทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ จ.นครปฐม คืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ต่อมานายหน่อง ลูกน้องคนสนิท ต่อสู้กับตำรวจก่อนถูกวิสามัญที่ จ.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไธสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร ที่อยู่ในงานเลี้ยงวันเกิดเหตุมีความเครียดจึงยิงตัวตายที่บ้านพักย่านคูคต จ.ปทุมธานี นั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านของนายประวีณว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้ไฟล์ภาพวงจรปิด 2 ตัวนี้ได้แล้วเมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังให้เจ้าหน้าที่นำไฟล์ภาพวงจรปิด 2 ตัวนี้ส่งให้กับพนักงานสอบสวน โดยคาดว่าจะถึงที่ บช.ภ.7 ในเวลา 10.00 น.วันนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบว่าสุดท้ายแล้วมีผู้เกี่ยวข้องรายใดเข้ามาข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ส่วนการจะออกหมายจับอีกหรือไม่นั้น ในวันนี้คาดว่าจะยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่มเติม เพราะพนักงานสอบสวนต้องสอบพยานและบุคคลเพิ่มเติม แต่ในวันที่ 16 กันยายนนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะออกหมายจับเพิ่มเติมได้แม้จะเป็นวันหยุด ที่สำคัญตำรวจในจุดเกิดเหตุมีปืนกันแทบทุกนาย แต่มาอ้างว่าไม่ได้พกปืน เป็นคำให้การไม่ตรงตามจริง

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโหนกระแสว่า จากกล้อง 13 ตัวเห็นเหตุการณ์โดยรอบก่อนเกิดเหตุ และหลังยิง ใครทำหน้าที่อะไร ใครให้การเท็จ หรือก่อนเกิดเหตุกำนันเตรียมลูกน้องอย่างไรบ้าง แต่ว่าจุดเกิดเหตุคือกล้อง 2 ตัวนี้ นาทีที่ลั่นไก กู้แล้ว แต่จุดที่เห็นตอนลั่นไกหายไป เพราะก่อนจะยิงมีคนน่าจะเป็นลูกน้องกำนันไปดึงปลั๊กออก จากที่ดูเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ทั้งหมดมีการเตรียมการที่จะยิง นาทีก่อนจะยิง รู้อยู่แล้วว่าจะต้องยิงเลยต้องถอดกล้องวงจรปิดจุดนั้นออกเพื่อไม่ให้เห็นภาพนาทีลั่นไก แต่ดูสภาพแวดล้อมนั้น 13 ตัวเห็นได้ว่ามีการเตรียมอาวุธ เตรียมการไว้ก่อนจะยิงอยู่แล้ว

“สารวัตรเข้ามาที่เกิดเหตุไม่นาน แต่ก่อนเกิดเหตุมีการขนปืนเข้ามาในบ้าน ลูกน้องกำนันขนปืนมาไว้ ขณะทำการยิง จากการสืบสวนและจากที่ดูเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าตั้งใจจะยิงอยู่แล้วเลยดึงปลั๊กออก เพื่อไม่ให้เห็นตอนยิง ที่แย่ไปกว่านั้นหลังเกิดเหตุตำรวจโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ให้ความจริง ให้การขัดแย้งข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ไม่ได้ว่าอะไร ทุกคนให้การเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่วันนี้ใครให้การเท็จ ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เหตุเกิด ตำรวจอยู่กับคนร้าย คนยิงขณะยิงความผิดซึ่งหน้าไม่ต้องออกหมายจับ จับกุมได้เลย เกิดเหตุแล้วทิ้งที่เกิดเหตุ ต่างคนต่างออก ไม่รักษาที่เกิดเหตุ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” รอง ผบ.ตร.กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการจัดฉากเพื่อยิงเลยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่าจัดฉาก แต่เรียนว่าตอนนี้ต้องว่าตามพยานหลักฐาน คือมีการตระเตรียมการไว้ก่อนแล้ว มีการนำอาวุธมา ดึงกล้องออก เป็นความเหิมเกริม ตระเตรียมการไว้ก่อน หลังเกิดเหตุมีการเตรียมทางออก มีการลำเลียงคนแก่ ผู้ใหญ่ออก การลำเลียงออกหมายถึงว่าจะมีการยิงกันแล้ว พฤติการณ์แบบนี้ ตำรวจรู้หมดว่าคืออะไร

“กล้องที่หายไป 2 ตัวสั่งให้กู้เมื่อเช้าอย่างเต็มที่ แต่ภาพขณะที่ยิงไม่มี เพราะหายไปตั้งแต่ชักปลั๊กออก ต้องเรียนว่าไม่ได้ทำให้คดีนั้นเสียไป คดีของกำนันนก ลูกน้อง จบแล้ว วันนี้มีพยานยืนยัน ต้องการภาพให้สำนวนสมบูรณ์แค่นั้นเอง

แต่ถึงไม่มี มีประจักษ์พยาน ลายพิมพ์นิ้วมือ ฝ่ามือ รวมถึงอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุและรถที่พาหนี วันนี้สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามว่ากำนันนกจะโดนข้อหาอะไร มีคนถามว่ากำนันนกยิงหรือเปล่า ในหลักกฎหมายกำนันนกสั่งให้ยิง นายหน่องเป็นคนยิง นายหน่องตายแล้ว กำนันนกในหลักกฎหมายรับผิดเสมือนเป็นคนยิง กำนันนกสั่งให้แม่บ้านทำความสะอาด ต้องรับผิด ทำลายพยาน วันนี้เรื่องการยิง ก่อเหตุต่างๆ พยานหลักฐานมัดจนไม่มีทางรอด” รอง ผบ.ตร.กล่าว