“อธ.คุมประพฤติ”เผย”ไอ้ต้อม”ฆ่าชิงไอโฟนบัณฑิตมศว.เข้าสถานพินิจตั้งแต่อายุ13

6.01.17 | 15:44 น.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงกรณีนายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดฆ่าชิงทรัพย์นายวศิน เหลืองแจ่ม บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ว่า ในวันนี้กลุ่มงานด้านพฤตินิสัยของกระทรวงยุติธรรม มีกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุมประพฤติ ได้ประชุมร่วมกัน โดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน มีการหารือและมีความเป็นห่วงอัตราการกระทำผิดซ้ำ มีการยกตัวอย่างกรณีของนายกิตติกร จากประวัติพบว่านายกิตติกร เคยผ่านกระบวนการของทั้ง3กรมดังกล่าว คือในขณะที่นายกิตติกรเป็นเด็กเคยต้องหาคดีอาญา อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพินิจฯ

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมคุมประพฤติ พบว่านายกิตติกร ถูกคุมความประพฤติในความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ร.บ.สารระเหย บุกรุกในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ รวม 3 คดี เมื่อปี 2549, 2550 และ 2553 แต่ไม่ไปรายงานตัวตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด พนักงานคุมประพฤติจึงรายงานการผิดเงื่อนไขดังกล่าวให้ศาลทราบ และศาลได้ออกหมายจับทั้ง 3 คดี ต่อมาเมื่อปี2557 ได้เข้าสู่กระบวนการสืบเสาะและพินิจ ศาลแขวงสมุทรปราการสั่งให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการสืบเสาะและพินิจ ก่อนมีคำพิพากษาในความผิดฐานพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยพนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นว่าวิธีการคุมประพฤติไม่เหมาะสม ต่อมาศาลมีคำพิพากษาจำคุก1เดือนและพ้นโทษไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า นายสุวพันธุ์ สั่งการให้ทั้ง3กรม รวบรวมข้อมูลในภาพรวมทั้งหมด เพื่ออยากรู้สถิติตัวเลขว่าแต่ละปีมีผู้ที่ผ่านกระบวนการของทั้ง3กรม ไปกระทำผิดซ้ำมากน้อยแค่ไหน สถิติสากลต้องเรียนเลยว่าเกินกว่าร้อยละ50ทั้งสิ้น หมายความว่าผู้ที่พ้นถูกจับกุมดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นคดียาเสพติด หรือคดีทั่วไป เมื่อพ้นโทษไปแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งกลับมากระทำผิดอีก อย่างเช่น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยกตัวอย่างที่เคยไปศึกษาดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ามีอัตราการกระทำผิดซ้ำถึงร้อยละ80 ดังนั้นนายสุวพันธุ์ จึงสั่งการให้บูรณาการข้อมูลเข้าด้วยกัน เช่น กรมพินิจฯ เวลาเก็บข้อมูลกระทำความผิดซ้ำหรือไม่ ต้องมีฐานะเป็นเด็ก และทำผิดเข้ามาใหม่ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อาจจะไม่ได้นับเป็นการกระทำผิดซ้ำของกรมพินิจฯ

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า ส่วนกรมคุมประพฤติ มีอำนาจหน้าที่ดูแลผู้คนที่ทำความผิดกฎหมายอาญาโทษไม่เกิน5ปี เรานับว่าพ้นคุมไปแล้วด้วยดีไม่เกิน2ปี ถ้าทำความผิดในลักษณะเดิมเข้ามาสู่ระบบเราอีก หมายความว่า โทษไม่เกิน 5 ปี เราจะนับว่าคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ แต่มันมีจุดโหว่ คือ ตนถามว่าถ้าเด็กเป็นผู้ใหญ่และไปทำความผิดซ้ำข้อมูลก็จะไม่ถูกบันทึกไว้ เช่นเดียวกับกรมคุมประพฤติทำความผิดโทษไม่เกิน 5 ปี สมมติว่าไปปล้นฆ่า มีโทษ 20 ปี ก็ไม่ถูกบันทึกไว้ในกรมคุมประพฤติ ไปถูกบันทึกไว้ที่กรมราชทัณฑ์ หรือราชทัณฑ์เขารับโทษเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป หรือต่ำกว่า 3 ปี แต่ศาลไม่รอลงอาญา สมมติทำความผิดเล็กน้อยเรื่องก็ไม่ปรากฏที่กรมราชทัณฑ์ เป็นต้น

“ดังนั้นกระทรวงยุติธรรม พยายามรวบรวมข้อมูลต่างๆให้เป็นถังข้อมูลเดียวกัน เพื่อใช้วิเคราะห์ว่าที่จริงแล้วอัตราการกระทำผิดซ้ำมีมากน้อยแค่ไหน การพัฒนาพฤตินิสัยมีประสิทธิภาพและผลอย่างไร ในอนาคตแนวทางการแก้ไขปัญหา นโยบายต่างๆจะเป็นอย่างไร” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

Advertisement