มหัศจรรย์น้ำแห่งอนาคต น้ำบาดาลไทย 2 หมื่นปี

16.09.23 | 12:07 น.

มหัศจรรย์น้ำแห่งอนาคต
น้ำบาดาลไทย 2 หมื่นปี

ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลที่เป็นผลกระทบหนักต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ภัยแล้ง ขาดน้ำ ทุกรัฐบาลทั่วโลกต้องรับมืออย่างเร่งด่วน ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคนั้นๆ จะใช้เครื่องมือไหน ชนิดใดเข้ามารับมือ ตลอดจนบริหารจัดการกับทรัพยากรที่จะใช้แก้ปัญหาอย่างไร

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี ประชากรในพื้นที่ดังกล่าวก็เสียโอกาสในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดที่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการ เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต ปัจจุบันนานาอารยประเทศต่างให้ความสำคัญในการศึกษาวิจัยและพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เป็นน้ำต้นทุน ทั้งการอุปโภคบริโภคและการผลิต เพราะน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำที่มีความมั่นคงสูง มีปริมาณที่คงที่ ไม่แปรผันตามฤดูกาล และมีคุณภาพสะอาด ปราศจากมลพิษและเชื้อโรค อาทิ ประเทศไต้หวัน สามารถเจาะและพัฒนา

ธัญญา เนติธรรมกุล

Advertisement

“น้ำบาดาล ถือเป็นทรัพยากรที่มหัศจรรย์ เป็นตัวช่วยในหลายๆ ภาคส่วน ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ที่ในอดีตเราขุดน้ำบาดาลสำหรับใช้ในครัวเรือน เรียกว่าน้ำบาดาลในระดับตื้น ความลึกอยู่ที่ 5-7 เมตร ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาขึ้น ทางด้านเทคโนโลยี จากการขุดบ่อบาดาลก็เปลี่ยนเป็นการเจาะ จากเดิมเจาะที่ระดับความลึก 30-50 เมตร เป็น 100-300 เมตร ในบางประเทศ ที่เป็นทะเลทราย มีเทคโนโลยีระดับสูงยิ่งกว่า สามารถเจาะได้ความลึกเป็นระดับกิโลเมตรเลยทีเดียว” นายธัญญากล่าว และว่า

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำบาดาล จึงจัด “การประชุมวิชาการด้านน้ำบาดาลแห่งชาติ ครั้งที่ 1” ประจำปี พ.ศ.2566 ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2566 ที่โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทส. เป็นประธานเปิดงานในวันที่ 20 กันยายนนี้ โดยเวทีนี้ บุคลากรกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นักวิชาการด้านน้ำบาดาล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดผลงานวิจัย นวัตกรรม โครงการ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำบาดาลของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลของประเทศไทย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

ด้าน นายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผู้อำนวยการ สำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า น้ำบาดาลมีความสำคัญมาก และมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำบาดาลที่หลายคนทราบแล้วจะรู้สึกทึ่งถึงคุณสมบัติของน้ำชนิดนี้ นั่นคือ พบว่ามีการเจาะน้ำบาดาลจากชั้นดินใต้ทะเลทราย เช่น ที่ประเทศอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน เป็นต้น พบว่าน้ำบาดาลบริเวณนั้นมีอายุหลักพันถึงหมื่นปีเลยทีเดียว โดยขุดเจาะลงไปประมาณ 300-500 เมตร

“สำหรับในประเทศไทยเราก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเราไปเจาะที่ จ.สมุทรสาคร ที่ความลึก 1 กิโลเมตร พบชั้นน้ำบาดาลที่มีอายุมากถึง 20,000 ปีทีเดียว” นายเกรียงศักดิ์กล่าว

ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาลกล่าวว่า ทั้งนี้ น้ำบาดาลที่ระดับความลึก 500-800 เมตร ขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ โดยเป็นน้ำจืดคุณภาพดี มีปริมาณ 20-450 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ประเทศในทวีปยุโรป และแอฟริกา ก็ได้ทำการศึกษาชั้นน้ำบาดาลในระดับลึก เพื่อนำมาใช้ในการอุปโภค-บริโภค การอุตสาหกรรม และการเกษตรกรรม เป็นต้น

นายเกรียงศักดิ์บอกด้วยว่า ในมุมมองของนักวิชาการแล้ว เห็นว่า น้ำบาดาล คือส่วนหนึ่งของความมั่นคงในเรื่องทรัพยากรได้เลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะน้ำบาดาลสามารถสูบมาใช้ได้

ทั้งปี ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกก็สามารถสูบได้ มีน้ำบาดาล 1 บ่อ ก็จะมีน้ำใช้ทั้งปี อย่างไรก็ตาม ในทางเศรษฐศาสตร์ การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ก็จะมีค่าใช้จ่าย คือเป็นค่าไฟฟ้า โดยน้ำบาดาล 1 ลูกบาศก์เมตร มีค่าใช้จ่าย 1 บาท จึงต้องคำนึงว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ทั้งนี้ ในสถานการณ์ภัยแล้งขาดน้ำ จากเดิมที่ต้องพึ่งพาน้ำผิวดิน การวางแผนเพื่อขุดเจาะเอาน้ำบาดาลมาใช้ ก็จะเป็นการเพิ่มความมั่นคงทางด้านน้ำในภาคส่วนนั้นๆ มากยิ่งขึ้น

“พูดถึงความก้าวหน้าในเทคโนโลยี การสำรวจและขุดเจาะน้ำบาดาล ยอมรับว่าปัจจุบันนี้พัฒนาไปก้าวไกลมาก เช่น สมัยก่อน การสำรวจจะใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน โดยใช้เครื่องมือทางธรณีฟิสิกส์ บวกกับการเจาะสำรวจ แต่ปัจจุบัน เครื่องมือที่ใช้ทำให้เกิดความแม่นยำ โอกาสพบน้ำมากขึ้น ลดความเสี่ยงความผิดพลาด เช่น ใช้เทคโนโลยีดาวเทียม สามารถหาแหล่งน้ำบาดาลได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ น้ำบาดาลจะอยู่ตามรอยแตกของหิน แต่หากเจาะไปเจอหินเนื้อแน่น ก็จะเจอแต่บ่อแห้ง จะเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายฟรีๆ แต่เทคโนโลยีดาวเทียม จะทำให้รู้ว่า พื้นที่ไหนมีรอยแตกของหิน พื้นที่ไหนหินเป็นเนื้อแน่น ไม่มีน้ำ” นายเกรียงศักดิ์กล่าว และว่า

น้ำบาดาล จะช่วยประเทศไทยผ่อนคลายจากปัญหาการเกิดเอลนิโญ ที่จะทำให้เกิดภาวะความแห้งแล้งได้หรือไม่นั้น นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำบาดาลคนนี้กล่าวว่า ช่วยได้ 100% แต่ก็ขึ้นอยู่กับการจัดการและวางแผนสำหรับองค์กร และภาคส่วนนั้นๆ ที่ต้องการใช้น้ำ

ดังนั้นมาร่วมกันค้นหาความมหัศจรรย์ของน้ำบาดาลในงานประชุมวิชาการด้านน้ำบาดาลแห่งชาติ มีหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น การเสวนา “น้ำบาดาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “ทิศทางการเติมน้ำใต้ดินของประเทศไทย” โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ มีการนำเสนอผลงานวิชาการจากบุคลากรกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และบุคคลภายนอก ทั้งการนำเสนอแบบปากเปล่า และการนำเสนอแบบโปสเตอร์ มากกว่า 40 ผลงาน ภายใต้ 3 หัวข้อหลัก คือ การพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความยั่งยืน เทคโนโลยีการสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน การแสดงนิทรรศการน้ำบาดาล ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการด้านการสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล การพัฒนาน้ำบาดาล การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล และการประกอบกิจการน้ำบาดาล ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน