รวบ จิว ห้วยขวาง แฝงตัวในคราบนักบุญใกล้ชิดหญิงม่าย แอบจำรหัสโมบายแบงกิ้ง ขโมย 5 หมื่น

17.09.23 | 11:59 น.

สืบนครบาล ร่วมสืบ 113 รวบ ‘จิว ห้วยขวาง’ กลยุทธ์แฝงตัวในคราบนักบุญ ลักทรัพย์หญิงใหญ่

เมื่อวันที่ 17 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น, ร.ต.อ.ธนพัฒน์ รุ่งเรืองสาคร, ร.ต.อ.วสันต์ คงใย, ร.ต.อ.เอนก นักเทศ, ร.ต.อ.สามารถ แก้วสะแสน, ร.ต.ท.อดิศร จูห้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาล และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายกิตติธัช หรือ องค์ หรือ จิว อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน”

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ก่อนจับกุมคืออยากให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับหญิงสาวผู้สูงวัย ในความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนระหว่างสาวม่ายกับหนุ่มหล่อสายเทคแคร์ มีเหล่ามิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในคราบ “แมง” โดยล่าสุดมีหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งวัย 58 ปี พบเจอกับหนุ่มรูปงามวัย 33 ปี กิริยาท่าทางยั่วยวนใจหญิงม่ายได้เป็นอย่างดี โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นขอไม่กล่าวถึง แต่เรื่องราวแรกเริ่มนั้นน้ำต้มผักก็ว่าหวาน พากันเดินทางสายบุญ เข้าวัดเข้าวา แต่หารู้ไม่ว่าแมงรายนี้ได้วางแผนก่อเหตุไว้

พล.ต.ต.ธีรเดชระบุว่า โดยตลอดเวลาความสัมพันธ์นี้เจ้าตัวแอบจดจำข้อมูลต่างๆ ของหญิงม่ายวัย 58 ปี ไว้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะ “รหัสผ่าน” โทรศัพท์และแอพพลิเคชั่นธนาคาร ก่อนจะค่อยๆ หาโอกาสที่อยู่ด้วยกันแอบใช้โทรศัพท์ของเธอโอนเงินออกจากบัญชีครั้งละไม่มาก โดยอาศัยความที่หญิงม่ายมีเงินในบัญชีจำนวนมากทำให้เธอแทบจะไม่รู้ตัวว่าแมงรายนี้ค่อยๆ สูบเลือดเธออยู่

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวต่อว่า เรื่องแดงขึ้นเมื่อผู้เสียหายจับได้ว่าเจ้าตัวแอบโอนเงินออกจากบัญชีไปหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 50,000 บาท เมื่อเหยื่อรู้ตัวแมงรายนี้ก็หายเข้ากลีบเมฆไปในทันที ก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งได้มีการออกหมายจับนายกิตติธัช

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ก่อนจับกุม พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบนครบาลและนักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มเก้งกวางผู้ชายขายน้ำ กระทั่งได้เบาะแสสำคัญจนสามารถจับกุมตัวได้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซอยภาวนา แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ชั้นจับกุมนายกิตติธัชให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า จบปริญญาตรี สาขาการบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรามคำแหง หลังจบมาได้ทำงานเป็นพนักงานในธนาคารชื่อดัง หลังจากนั้นได้เป็นนักบัญชีในบริษัทเอกชนชื่อดัง ก่อนจะผันตัวเดินสายเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานจิปาถะทั่วไป กระทั่งพบกับหญิงม่ายผู้เสียหายในเส้นทางนักบุญ เข้าวัดเข้าวาทำกิจกรรมสายบุญ ติดสอยห้อยตามเป็นเวลาแรมปี จนถึงช่วงเกิดเหตุเกิดความโลภ เห็นว่าสาวม่ายที่ติดตามมีเงินหลายล้านบาท จึงแอบจดจำรหัสผ่านโทรศัพท์และลงมือแอบโอนเงิน แต่ไม่ได้โอนเป็นจำนวนมาก ตนยอมรับว่าเป็นต้นเหตุให้ความสัมพันธ์ทั้งสองได้จบลง กลายเป็นความบาดหมาง และตนพยายามหาเงินไปคืน แต่ก็ยังไม่มีคืนมาเป็นเวลานานแล้ว ยอมรับว่าผิดจริง ทั้งนี้ ตนไม่ใช่ผู้ชายขายบริการ หรือบาร์โฮสแต่อย่างใด

หลังจับกุมตัวได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมาย