“บิ๊กโจ๊ก” เผย ผบ.ตร.สั่งโอนสำนวนดคีฆ่าสารวัตรแบงค์ให้กองปราบฯ จ่อเอาผิดตำรวจในที่เกิดเหตุผิด ม.157 ขยายผลฮั้วประมูล-สอบเส้นทางการเงิน ส่วนกล้องวงจรปิดยืนยันกำนันนกเป็นคนถอดสายกล้องเอง
เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้าคดี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงค์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างนำส่ง และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2บก.ทล.ได้รับบาดเจ็บ ขณะร่วมวงสังสรรค์ที่บ้านนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก อดีตกำนัน ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ต่อมาสืบสวนสอบสวนตรวจสอบพบว่านายธนัญชัย หมั่นมาก หรือหน่อง ท่าผา ลูกน้องคนสนิทนายประวีณ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร ก่อนหลบหนีและมาถูกตำรวจวิสามัญ ขณะติดตามจับกุมและเกิดการต่อสู้กันที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนายประวีณ หรือกำนันนก ถูกจับดำเนินคดีฐานความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, พกอาวุะปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็น เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาแล้ว 12 วัน คดีมีความคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมงานเลี้ยงในวันดังกล่าวตรวจสอบหลักฐานและสอบสวนปากคำพยานพบมีจำนวนหลายนายรวมทั้งพลเรือนอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการดูกล้องวงจรปิดทั้งหมดพบว่าคำให้การขัดแย้งกัน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและไม่ตรงกับภาพในกล้องวงจรปิด ส่วนนี้จะนำไปสู่ในเรื่องของการสอบสวน โดยวันนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งโอนสำนวนการสอบสวนไปที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว ส่วนจะดำเนินคดีกับตำรวจตามมาตรา 157 หรือข้อหาให้การเท็จ ส่วนนี้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) จะเป็นผู้ให้ข้อมูลและรับผิดชอบคดีนี้ ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ วันที่ 18 กันยายน พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จะต้องร่วมกันพิจารณา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนการทำหน้าที่วันนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของการสืบสวน จะขยายผลการประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, กรมบัญชีกลาง, กรมสรรพากร, สำนักงาน ป.ป.ช., ปปง., และ ป.ป.ท. จะขยายผลในเรื่องเส้นทางการเงิน, การร่ำรวยผิดปกติ, การเลี่ยงภาษีอากรหรือไม่ ส่วนนี้ตนจะรับผิดชอบต่อร่วมกับชุดสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 ส่วนสำนวนเรื่องกำนันนก, คดีฆ่า พยามฆ่า, ตำรวจร่วมทุจริตหรือไม่ ส่วนนี้กองปราบฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง พ.ต.อ.เอนกจะหารือร่วมกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แต่วันนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร ส่วนประเด็นของผู้กำกับ สน.พญาไท ก่อนหน้านี้ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนครปฐม ไปแล้วคำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนจะช่วยหรือไม่ช่วยเป็นประเด็นปลีกย่อย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่นนอกจากตำรวจที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว 6 คน จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ วันที่ 18 ก.ย.จะมีการประชุมหารือร่วมกับกองปราบฯ และจะมีข้อยุติในวันดังกล่าว
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนที่มีคำสั่งแต่งตั้งกำนันนก เป็นกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ จ.นครปฐม เป็นคำสั่งที่ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เสนอโดนผู้บังคับการจังหวัดนครปฐม แต่เมื่อเกิดเรื่องได้เซ็นยกเลิกคำสั่งไปแล้ว โดยการเสนอของผู้บังคับการฯ เสนอไปยังผู้ว่าฯ / ส่วนการคัดเลือก ต้องยอมรับว่ากำนันนกและผู้บังคับการฯ รู้จักกันอยู่แล้ว เพราะถ้าหากไม่รู้จักก็คงไม่มีการแต่งตั้ง โดยส่วนนี้กองปราบจะสอบสวนต่อ ส่วนคุณสมบัติในการแต่งตั้งมีหลักเกณฑ์มีอยู่แล้ว คนที่จะเข้ามาเป็น กต.ตร.ต้องเอาคนที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะมาสนับสนุนงานตำรวจ เหมือนเอาผู้แทนภาคประชาชนเข้ามาเพื่อจะบอกว่าในจังหวัดนครปฐมมีปัญหาอะไรบ้าง เป็นเครื่องสะท้อนการทำงานของตำรวจ จึงต้องเอาคนเหล่านี้เข้ามาเป็นตัวแทนของภาคประชาชน ซึ่งจะมีการประชุมทุกเดือน แต่การคัดกรองก็จะต้องคัดคนดีเข้ามา ไม่ใช่คัดคนไม่ดีเข้ามา ซึ่งเรื่องนี้ต้องตำหนิ และวันนี้ทุกจังหวัดต้องตื่นตัวในเรื่องของการพิจารณา จะต้องไม่เอากลุ่มผู้อิทธิพลเข้ามาอยู่ใน กต.ตร.เรื่องนี้ต้องไปปรับเปลี่ยน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนการสอบสวนเรื่องเส้นทางการเงินของกำนันนก วันที่ 19 กันยายน จะประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 หน่วยงาน ซึ่งการจับกุมในวันนี้เป็นการจับกุมแค่ปลายเหตุ ต้องขยายไปถึงความผิดปกติว่าทำไมกำนันนกถึงได้โครงการของรัฐกว่า 1,500 โครงการ มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท ซึ่งต้องขยายผลไปถึงตรงนี้ รวมถึงเส้นทางการเงินต่างๆ ว่ามีการโอนไปที่ไหนบ้าง
ด้าน พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีเกี่ยวกับมาตรา 157 นั้นทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ให้โอนสำนวนการสอบสวนไปที่กองปราบฯ การดำเนินการในส่วนที่เหลือจะสอบสวนต่อว่าตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร ซึ่งในกล้องวงจรปิดเห็นพฤติการณ์ของแต่ละคนชัดเจน กองปราบฯ จะนำไปพิจารณาต่อ ซี่งตอนนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องมากถึง 34 คน ก็จะนำไปพิจารณาให้ละเอียดและรอบคอบอีกครั้ง ยอมรับว่าการดำเนินการในส่วนนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องดูและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน โดยบุคคลที่กระทำผิดในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานก็จะดำเนินการฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
ส่วนตอนนี้การสอบสวนแยกเป็น 2 คดี คดีแรกคือคดีการเสียชีวิตของสารวัตรแบงค์ มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 7 คน เป็นพลเรือนทั้งหมด ดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่น ส่วนกำนันนก ดำเนินคดีในข้อหาผู้ใช้ และยังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 5 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายพยานหลักฐาน ซึ่งแจ้งข้อหาฐานช่วยเหลือผู้กระทำผิดไปแล้ว ส่วนอีกหนึ่งคดีคือมาตรา 157 ปฏิบัติหรือพลเว้นการปฏิบัติหน้าที่หน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งกองปราบฯ ดูสำนวนการสอบสวนไปแล้วมีผู้ต้องหา 6 คน คือตำรวจที่มีการออกหมายจับและฝากขังไปก่อนหน้านี้
ด้าน พล.ต.ท.สันติ์ สุขวัจน์ ที่ปรึกษา รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน นำตัวช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำเพิ่มเติม ข้อมูลที่กู้มาได้พบว่ากล้องวงจรปิดตัวที่ 6 ไม่มีภาพหน้าโต๊ะจีน และพบว่ามีการดึงสายกล้องวงจรปิดออก ไม่มีการล็อกอินผ่านมือถือเครื่องใด จึงสันนิษฐานว่ากำนันนกไม่มีความรู้ในเรื่องนี้จึงใช้วิธีดึงสายกล้องออก ประกอบกับกล้องวงจรปิดตัวอื่นจับภาพได้ว่ากำนันนกอยู่ในบ้านช่วงนี้เพียงคนเดียว ส่วนการตรวจสอบ DNA ที่สายกล้องไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะ DNA น้อย
ทั้งนี้มีรายงานว่าชุดคลี่คลายคดีเรียกตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำแล้ว พบว่าทุกคนอยู่ในอาการเครียด เพราะไม่คิดว่าจะถูกออกหมายเรียก ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีตำรวจบางนายขึ้นลำกล้องจะต่อสู้หลังเกิดเหตุยอมรับว่ามีจริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวนของกองปราบฯ เมื่อถามว่าทำไมตำรวจที่ขึ้นลำกล้องไว้ถึงไม่ต่อสู้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธตอบคำถามนี้และขอให้ไปถามจากกองปราบฯ แต่ตามปกติแล้วความผิดซึ่งหน้า ตำรวจต้องทำหน้าที่ จะมาอ้างว่าตกใจไม่ได้เพราะอยู่ในที่เกิดเหตุ ต้องจับคนร้าย ต้องรักษาที่เกิดเหตุ เพราะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

