แม่พาลูกสาวร้องผู้ว่าฯพิษณุโลก ถูกเลิกจ้างเพียงเพราะร้องไม่ได้ค่าจ้างตามกม.

6.01.17 | 17:40 น.

 

วันที่ 6 มกราคม 2560 ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นางช่อเพชร นุ่มเมืองฝาง อายุ 39 ปี อยู่ที่ ม.4 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยบุตรสาว อายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก ชูป้ายร้องขอความเป็นธรรมกับ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กรณีที่ถูกเลิกจ้างจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เหตุผลเพียงเพราะไปร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐ ว่าไม่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด

นางช่อเพชร เล่าว่า ตนทำงานเป็นพนักงานผู้ช่วยการพยาบาล ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ต่อมาช่วงเดือน สิงหาคม 2558 ทางบริษัทฯ ได้แจ้งให้พนักงานทราบถึงการขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงจำเป็นต้องลดอัตราเงินเดือนเหลือเพียง 6,000 บาท ต่อเดือนเท่านั้น แต่เวลาหักเงินส่งประกันสังคม หักในอัตราเงินเดือนขั้นต่ำคือ 9,000 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด ตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเข้าร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเวลาต่อมาทางหน่วยงานต้นสังกัดทราบเรื่องที่ตนไปร้องเรียน จึงโทรแจ้งส่วนตัวว่าให้ออกจากงาน ไม่ต้องไปทำงานอีกแล้ว จนต่อมาตนได้รับการติดต่อให้กลับไปทำงานอีกครั้ง ตนก็ไปทำงานตามปกติ ถึงวันที่ 4 มกราคม 2560 แต่กลับถูกบิดพลิ้ว ไม่ได้รับเงินเดือนเลยเป็นเวลา 2 เดือน

“ตอนนี้ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะมีรายได้เพียงแค่ทางเดียว กลับต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัวถึง 4 ชีวิต โดยเฉพาะบุตรสาวของตอนที่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ขณะนี้ลำบากมาก ไม่มีแม้แต่เงินให้ลูกไปโรงเรียน พ่อกับแม่อีก 2 ชีวิตที่แก่มากแล้วทำอะไรไม่ได้นอกจากหาเก็บขยะขาย เพื่อหาเงินให้หลานสาวไปโรงเรียน จบลูกสาวของตนต้องเอ่ยทั้งน้ำตานองหน้าว่า จะขอลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยครอบครัวทำงาน ตนรู้สึกสงสารลูกสาว เพราะเพียงไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.3 แล้ว วันนี้ตนจึงมาขอร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้ช่วยให้ความเป็นธรรมต่อตนและครอบครัวตนด้วย” นางช่อเพชร กล่าว

ล่าสุดทาง นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้รับมอบหมายจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้หาแนวทางในการช่วยเหลือบุตรสาวของนางช่อทิพย์ฯ เป็นการเบื้องต้น คือการมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว 2,000 บาท และจะนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดพิษณุโลก พิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์จากกองทุนคุ้มครองเด็ก เพื่อช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา เป็นเงิน 3,000 บาท ทุนประกอบอาชีพของผู้ปกครอง 5,000 บาท และเครื่องอุปโภคบริโภค 1,500 บาท

Advertisement

ส่วนเรื่องที่ได้ร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับการจ้างงาน ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการของกฏหมายต่อไป