ชัชชาติ เพิ่มสุ่มตรวจความสะอาด อาหาร-น้ำดื่ม ในโรงเรียน ชวนกลุ่มเปราะ บางฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และนพ.สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุการณ์การระบาดโรคอาหารเป็นพิษ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน และสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
นพ.สุนทร กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 8 กันยายน 2566 พบว่าเด็กมีอาการป่วยอาหารเป็นพิษประมาณ 40 คนต้องนอนโรงพยาบาลคืนเดียว 8 คน และรับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก 32 คน ผลจากการสอบสวนโรคพบว่า ตรวจพบเชื้อโรคบางตัวที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้อาหารเป็นพิษครั้งนี้ ได้แก่ เชื้อ Aeromonas และ Staphylococcus ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้จะปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำดื่ม
หลังเกิดเหตุจึงได้ส่งทีมสำนักอนามัย ร่วมกับสำนักการศึกษาลงไปเร่งรัดเรื่องมาตรการต่างๆ ได้แก่ ผู้ประกอบอาหาร แม่ครัวพบเชื้อแต่ไม่มีอาการ ให้หยุดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสอาหาร 10 วัน นับจากวันที่ตรวจ สุขาภิบาลอาหาร ทำความสะอาดอุปกรณ์ สถานที่ อบรมการสุขาภิบาลอาหาร ให้แก่ผู้ประกอบอาหารและบุคลากรที่ดูแลอาหารของโรงเรียน หากต้องทำอาหารล่วงหน้าเป็นเวลานาน แนะนำอุ่นอาหารจนเดือดทุก 2 ชั่วโมง สุขาภิบาลน้ำ ทำความสะอาดตู้กดน้ำดื่มที่พบเชื้อและตู้ที่มีลักษณะเดียวกันทั้งหมดพร้อมปิดการใช้งานตู้กดน้ำไปจนกว่าผลแล็บจะออก (ผลออก 20 ก.ย.66) แนะนำเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำที่มีอายุการใช้งานนานและส่งตรวจน้ำให้กับตู้กดน้ำดื่มที่พบเชื้อ 2 จุด เก็บตัวอย่างน้ำดื่ม น้ำใช้ เครื่องกรองน้ำ ถังเก็บน้ำบนดิน และถังเก็บน้ำดาดฟ้า ส่งตรวจเพิ่มเติมจำนวน 16 ตัวอย่าง (ผลออก 20 ก.ย.66) การประปานครหลวงตรวจสอบคุณภาพน้ำและท่อประปา และจะมีการนัดประชุมติดตามผลในวันที่ 20 ก.ย.66
นายชัชชาติกล่าวว่า จะมีมาตรการในการสุ่มตรวจเรื่องความสะอาดของอาหารให้ถี่ขึ้น หรือมี Testkit ที่ให้โรงเรียนสามารถตรวจสอบเองได้ รวมถึงตรวจสอบน้ำดื่มในโรงเรียน เนื่องจากภายในโรงเรียนมีตู้น้ำดื่มบริการนักเรียน โดยต้องทำเป็นแผนครบวงจรดำเนินการทุกโรงเรียนและเป็นรูปธรรมต่อไป ทั้งนี้ถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงโรงเรียนเดียว แต่เราจะนำเอาปัญหามาขยายผล ต่อไปจะไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนแต่รวมถึงร้านอาหารที่อยู่รอบๆ โรงเรียนด้วย
ด้านสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ นพ.สุนทร กล่าวว่า ปีนี้กรุงเทพฯ มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เช่นเดียวกันกับจังหวัดอื่นๆ โดยการระบาดของไข้หวัดใหญ่เริ่มเจอตั้งแต่เดือน ก.ค. ต่อมาในเดือน ส.ค.พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการระบาดเมื่อเข้าช่วงฤดูฝน ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย
นพ.สุนทรกล่าวว่า สำหรับช่วงอายุจะพบบ่อยในเด็ก ช่วงอายุ 0-16 ปี โดยที่ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตเนื่องจากในปัจจุบันโรคไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาได้ ทั้งนี้ มีโครงการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตั้งเป้าหมายการให้บริการในกรุงเทพฯ 317,650 คน มีจำนวนผู้รับบริการ 263,005 คน (82.80%) โดยมีข้อบ่งชี้คือฉีดกลุ่มเด็ก กลุ่มคนไข้มีโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และจะมีการเร่งรัดให้ครบ 100% ให้เร็วที่สุด หากประชาชนต้องการรับวัคซีนสามารถรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่ง โดยสามารถจองผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง หรือ walk-in ได้
นายชัชชาติกล่าวว่า หลังจากนี้ต้องดูเรื่องปริมาณของวัคซีน และเนื่องจากตัวเลขที่สูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา จะมีการประกาศเป็นโรคติดต่อหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.ดูตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง

