วันที่ 7 มกราคม 2560 จากกรณี อบจ.สงขลา ได้นำเรือหลายขนาดมาให้การช่วยเหลือ ผุ้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กระทั่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชี่ยล ถึงความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีบางพื้นที่เรือขนาดเล็กไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวจนทำให้เวลานี้ยังมีผู้ตกค้างในพื้นที่จำนวนมากยังไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ กระทั่งทางจังหวัดต้องร้องขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางในการนำยานพาหนะทุกประเภท เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานอย่าง อบจ.นครศรีธรรมราชมีเรือสปีดโบ๊ท แต่ไม่สามารถนำออกมาให้การช่วยเหลือได้ จนเกิดกระแสวิพากษ์ออกไปอย่างกว้างขวาง
นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวว่า ได้รับการชี้แจงจาก จนท.อบจ.ว่า เรือสปีดโบ๊ท ของ อบจ. จำนวน 4 ลำ ที่ไม่ได้นำออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้นั้น เนื่องจากเรือดังกล่าวเป็นเรือขนาดใหญ่ มีความยาว 28 ฟุต กินน้ำลึกประมาณ 1.50 เมตร 2 เครื่องยนต์ ๆ ละ 200 แรงม้า เหมาะสำหรับใช้ตรวจการณ์ในทะเล หากนำไปใช้งานในพื้นที่ที่ไม่รู้สภาพพื้นที่ อาจจะทำให้เรือได้รับความเสียหายได้
ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนพร้อมเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์ โดยได้กำหนดให้จุด บ.อีซูซุ แยกไม้เสียบ อ.ชะอวด เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าติดตามสถานการณ์ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และได้มีการประสานการช่วยเหลือจาก จ.ภูเก็ต นำเจ็ทสกี จำนวน 3 ลำ มาช่วยเหลือพี่น้องประชนในพื้นที่ อ.ชะอวด และล่าสุดกองทัพเรือจัดส่ง “เรือหลวงอ่างทอง” “อากาศยาน” และ “เรือผลักดันน้ำ 50 ลำ” พร้อมทีมแพทย์เคลื่อนที่ มุ่งหน้าสู่ จ.นครศรีธรรมราช ให้การช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย

