ศปอส.ตร. ทลาย 4 จุดรังเว็บไซต์คุ้มกันค้ากามให้ชาวต่างชาติ

20.09.23 | 15:37 น.

เมื่อวันที่ 20 กันยายน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า นำชุดปฏิบัติการ 1 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT 1 โดย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พ.ต.ท.ภารกร นภาโชติ รอง ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.สส. บก.ตม.3, พ.ต.ท.รุตินันท์ สัตยาชัย สว.กก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ต.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สส. บก.ตม.3, พ.ต.ต.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส. บก.ตม.3

เปิดปฏิบัติการจับกุมเจ้าของเว็บไซต์ www.absolute-angels-bangkok.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เคยขึ้นฟีด อับดับ 1 จนมีการจับกุมและยึดทรัพย์กว่า 40 ล้านบาท โดยชุดสืบสวนพบว่าจากการตรวจสอบในหน้าฟีดเกี่ยวกับเว็บไซต์ขายบริการทางเพศแก่ชาวต่างชาติ พบว่ามีอีกหลายเว็บไซต์ จึงดำเนินการสืบสวนจับกุมต่อเนื่อง ซึ่งในการสืบสวนครั้งนี้เข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์ smooci.com พบว่าเป็นเว็บไซต์หญิงสาวขายบริการที่ให้บริการอยู่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ในรายละเอียดของขบวนการจากการสืบสวนโดยการเฝ้าติดตามและซักถามข้อมูลก็พบว่าเป็นเครือข่ายมีจำนวนหลายคนแบ่งหน้าที่กันทำ

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวพบว่ามี น.ส.อิงปวัน (นามสมมุติ) เป็นแอดมินหลักคอยบริหารจัดการในภาพรวม มีนายปุนวัฒนา (นามสมมุติ) สาวประเภทสอง ผู้ช่วยแอดมินทำหน้าที่คอยจัดการเรื่องการตามเก็บเงินและรวบรวมเงินจากหญิงขายบริการในสังกัด และมีกลุ่มของผู้ช่วยแอดมินอีกส่วนที่ทำหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ คอยประสานงานนัดหมายคิวงานในแต่ละวัน ซึ่งพบว่าหมุนเวียนเปลี่ยนมาทำงานในแต่ละวัน พบว่ามีการบริหารจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมเป็นอย่างดีมีการใช้ระบบโทรศัพท์ การสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (VoIP) หรือโครงข่ายอื่นๆ เข้ามาใช้ ซึ่งผู้ทำหน้าที่รับสายจะหลบอยู่สถานที่แตกต่างกันเช่นพื้นที่ จ.นครสวรรค์ จ.นครราชสีมา จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ แต่ต้นสายนั้นสืบสวนพบว่ามาจากย่านห้วยขวาง ตรวจสอบพบว่าในห้วงต้นเดือนนี้ที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนระบบมาใช้บัญชีลักษณะคล้ายบัญชีม้ารับแทน และมีแอพพลิเคชั่นชื่อว่า FLAVR ซึ่งเขียนขึ้นและนำมาใช้บริหารจัดการเฉพาะกลุ่มหญิงค้าประเวณี เพื่อแสดงรายละเอียดของลูกค้า จำนวนชั่วโมง จำนวนเงิน และรายได้

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวอีกว่า เมื่อได้ข้อมูลหลักฐานรวมถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเชื่อว่ามีการกระทำความผิดแล้ว จึงร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ จนกระทั่งอนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ ที่ 508/2566, 509/2566 และ 510/2566 ลงวันที่ 16 ก.ย.66 จับ น.ส.อิงปวัน แอดมินหลัก, นายปุนวัฒนา ผู้ช่วยแอดมิน ดูแลการเงิน และนายนิตตะ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้ช่วยแอดมินซึ่งเป็นคอลเซ็นเตอร์ ข้อกล่าวหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ช่วยเหลือให้ความสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น, รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือผู้ซึ่งค้าประเวณี และจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการฯ”

จากนั้นขอนุมัติหมายค้นตามจุดต่างๆ เพื่อจับกุมและตรวจค้นหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยมีการปฏิบัติการในวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา จุดแรก หมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้น คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พบ น.ส.อิงปวัน (นามสมมุติ) พักอาศัยเพียงลำพังในห้อง ผลการตรวจค้นพบหลักฐานเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเข้าใช้ระบบบริหารจัดการจำนวนหลายเว็บไซต์ รวมถึงเว็บไซต์ smooci.com ด้วยพบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ซึ่งใช้ติดต่อสื่อสารในการทำงานเกี่ยวกับการค้าบริการให้กับชาวต่างชาติ พบสมุดจดรายรับรายจ่ายการค้าบริการ จึงจับกุม น.ส.อิงปวัน และตรวจยึดของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือไอโฟน 3 เครื่อง เอกสารอื่นๆ จำนวนหนึ่งและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทะเบียน 42 กทม. มูลค่า 2,199,000 บาท (ทรัพย์ตามมาตรการปราบปรามการฟอกเงิน)

Advertisement

รอง ผบช.สตม.กล่าวว่า จุดที่ 2 และ 3 หมายค้นศาลอาญาเป็นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พบนายปุนวัฒนา (นามสมมุติ) พักอาศัยตามลำพังพบคอมพิวเตอร์มินิพีซี 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง ที่ใช้ในการทำงาน นายปุนวัฒนารับว่ามีหน้าที่เป็นผู้ช่วยแอดมินมีหน้าที่ติดตามเงินส่วนแบ่งของแพลตฟอร์มเว็บไซต์ จากหญิงบริการซึ่งรับเงินมาจากลูกค้า โดยคิดค่าบริการที่ 25% จากยอดค่าบริการ นายปุนวัฒนา รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 15,000 บาท ไม่รวมรายได้พิเศษอย่างอื่น และรับว่ายังมีหน้าที่ดูแลออฟฟิศ ซึ่งมีการติดตั้งระบบโทรศัพท์ VoIP และเป็นที่เก็บของจึงนำพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็พบว่ามีลักษณะเป็นพักเช่าในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง พบสภาพห้องโทรมร้างเก็บของเก่าบางส่วนและมีเอกสาร แต่มีการติดตั้งระบบโทรศัพท์ VoIP และมีคอมพิวเตอร์ให้พนักงานนั่งทำงานได้ นายปุนวัฒนา ให้ข้อมูลว่าสถานที่ดังกล่าวสามารถมาอยู่และทำงานได้แต่ภายหลังให้พนักงานที่ติดต่อประสานงานในแต่ละวันนำระบบไปติดตั้งที่พักของพนักงาน ซึ่งอยู่ต่างสถานที่กันใน จ.นครสวรรค์ จ.นครราชสีมา จ.สมุทรปราการ โดยสามารถทำงานที่บ้านได้เลย แต่ความสะดวกและหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ด้วย จึงตรวจยึดอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ พีซี 1 ชุด คอมพิวเตอร์ มินิ พีซี Intel 3 เครื่อง ชุด Router พร้อมอุปกรณ์ขยายสัญญานอินเตอร์เน็ต 1 ชุด อุปกรณ์ Sim Box Gateway สำหรับ VoIP จำนวน 3 ชุด และ ซิมการ์ด 48 อัน

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า จากนั้นนำหมายค้นศาลจังหวัดนครสวรรค์ ค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่ 3 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พบนายนิตตะ (นามสมมุติ) พักอาศัยอยู่ ตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์ มินิ พีซี Intel โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งใช้ในการทำงาน คอลเซ็นเตอร์ โดยในแต่ละครั้งจะมีหน้าที่ติดต่อประสานงานและนัดหมายกับลูกค้า หากลูกค้ามีการยกเลิกงานโดยไม่มีสาเหตุก็จะเป็นผู้ติดต่อกับพนักงานหญิงบริการ เพื่อจ่ายค่าเสียเวลาให้จำนวน ครั้งละ 500 บาท โดยนายนิตตะรับว่ารับเงินจาก น.ส.อิงปวัน สัปดาห์ละ 5,000 บาทเศษ โดยไม่รวมรายได้พิเศษอย่างอื่น จึงแจ้งข้อหาดังกล่าวข้างต้นให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ทราบและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดี จากการสืบสวนพบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการนี้มีส่วนพัวพันเว็บไซต์ หลายเว็บไซต์ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 3-4 เว็บไซต์และมีผู้ดูแลด้านไอทีและพนักงาน คอลเซ็นเตอร์รายอื่นๆ รวมถึงแอดมินสายหรือขบวนการอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าอยู่ในหรือนอกประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ในส่วนของอุปกรณ์โทรศัพท์ VoIP นั้น มีลักษณะลักลอบใช้คล้ายกับกลุ่มแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ใช้เบื้องต้นว่าไม่มีหลักฐานว่าผ่านการตรวจอนุญาตจาก สำนังาน กสทช. ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งจะต้องมีการดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกส่วนต่อไป