สภาผู้บริโภค ร้อง กทม. ให้ระงับก่อสร้าง 3 คอนโด ในซอยแคบ อ้างวัดถนนแล้วกว้างไม่ถึง 6 ม. หวั่นไม่ปลอดภัย

20.09.23 | 17:07 น.

สภาผู้บริโภค ร้อง กทม. ให้ระงับก่อสร้าง 3 คอนโด ในซอยแคบ อ้างวัดถนนแล้วกว้างไม่ถึง 6 ม. หวั่นไม่ปลอดภัย เสี่ยงรถดับเพลิงเข้าไม่ได้

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค และผู้เกี่ยวข้อง ยื่นหนังสือขอให้ยุติการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในซอยแคบ และพิจารณาข้อเสนอนโยบายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในซอยแคบ

น.ส.สารีกล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน ปัญหาการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ภายในซอยแคบ บดบังทัศนียภาพของบ้านเรือน และอ้างว่า อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยด้านอัคคีภัย และปัญหาการจราจรติดขัด จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเอส-ประดิพัทธ์ (ซอยประดิพัทธ์ 23) โครงการ เดอะมูฟ-พหลโยธิน (พหลโยธิน ซอย 37) และโครงการ เอส-รัชดา (รัชดาภิเษก ซอย 44) ทั้ง 3 โครงการ มีปัญหาความกว้างของถนนสาธารณะไม่ถึง 6 เมตร

น.ส.สารีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ลงพื้นที่เพื่อวัดความกว้างของถนน พบว่าโครงการที่จะเข้าไปก่อสร้างในทั้ง 3 ชุมชน ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง แต่เข้าข่ายการขออนุญาตสร้างอาคารอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในการสำรวจปัญหาครั้งนี้ได้มีการวัดความกว้างทางสาธารณะ ที่ประชาชนสามารถใช้เป็นทางคมนาคมได้จริง หรือสัดส่วนของถนนสาธารณะที่ยานพาหนะสามารถใช้สัญจรได้ ไม่นับรวม เสาไฟฟ้า ตู้ชุมสาย และทรัพย์สินอื่นๆ ของ กทม.พบว่ามีความกว้างไม่ถึง 5 เมตร ตลอดแนว จนถึงบริเวณที่ก่อสร้าง จึงไม่สามารถสร้างอาคารขนาดใหญ่ขนาด หรือขนาดตั้งแต่ 2,000-10,000 ตารางเมตรได้

อีกทั้งลักษณะทางกายภาพของชุมชน ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งการก่อสร้างโครงการ ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในชุมชนโดยรอบ กรณีที่เกิดเหตุอัคคีภัย หรือภัยพิบัติ

น.ส.สารีกล่าวว่า จึงยื่นหนังสือร้องเรียนมายัง กทม.ขอให้ยุติการสร้างอาคารขนาดใหญ่ในซอยแคบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ การดำรงชีวิต บริโภค และเป็นไปอย่างสอดคล้องกับเจตนาที่มุ่งควบคุณเกี่ยวกับความมั่นคง แข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

Advertisement

“ข้อเท็จจริงที่ปรากฏรถดับเพลิง ไม่สามารถสัญจรในซอยที่มีความกว้าง 6 เมตรที่ใช้วิธีการวัดความกว้างจากกำแพงฝั่งหนึ่งถึงกำแพงอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างแท้จริง เนื่องจากขอบข้างทางทั้ง 2 ข้างมีทางเท้า เสาไฟฟ้า รวมถึงสิ่งกีดขวางอื่นๆ ปะปนอยู่ด้วย ทำให้รถไม่สามารถใช้ถนน หรือพื้นผิวจราจรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากทั่วไปทางเท้าจะมีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งหากมีทางเท้าทั้ง 2 ข้างทาง
เท่ากับพื้นผิวจราจราจะถูกลดทอนไป 2 เมตร ถนนที่สามารถใช้ได้จริงจะเหลือเพียง 4-5 เมตรเท่านั้น
ทำให้การสัญจรโดยยานพาหนะต่างๆ เป็นไปด้วยความไม่สะดวก” น.ส.สารีกล่าวว่า

น.ส.สารีกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบด้วย 1.ขอให้ กทม.พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการพิจารณาจัดตั้งกองทุน EIA เป็นกองทุนอิสระโดยมีคณะกรรมการจากกระบวนการสรรหาผู้เชี่ยวชาญจาก ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการพิจารณาและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยให้เก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการเข้ากองทุน สำหรับการใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการพิจารณา EIA

2.ขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ.2544
ให้มีลักษณะเดียวกันกับการกำกับดูแลอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่ ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ที่กำหนดทั้งในเรื่องของเขตทาง และผิวจราจร เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายควบคุมอาคารในเรื่องของความปลอดภัยกรณีเกิดเหตุอัคคีภัย

3.ขอให้ กทม.จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค และผู้เชี่ยวชาญ ในการทบทวนการใช้หรือการมีอยู่ของมาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อให้การสร้างอาคารต้องผ่านการอนุญาตจากหน่วยงานผู้มีความรับผิดชอบในการควบคุม กำกับดูแลการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และมีผู้รับผิดชอบในการอนุญาตการสร้างอาคารอย่างชัดเจน

4.ขอให้ กทม.กำกับดูแลขั้นตอนการอนุญาตสร้างอาคารในเขตกรุงเทพฯ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดปัญหาการก่อสร้างอาคารผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งได้มารับฟังปัญหาจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และเป็นผู้รับหนังสือด้วยตัวเอง กล่าวว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว จะเร่งตรวจสอบและดำเนินการแก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนต่อไป