ทนายความพาผู้ต้องหาตัวจริงโผล่โรงพักวังน้อย แจ้งตำรวจจับกุมผิดตัว ทำให้ผู้ต้องหาแพะรับบาปต้องติดคุก 4 ปี 6 เดือนแทน
วันที่ 7 มกราคม 2560 เวลา 11.30 น. นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย ได้พาตัวนายอำนาจ ใหม่ปิยะ หรือเอก อายุ 37 ปี ชาวอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มาพบ พ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พร้อมขอให้ทางตำรวจได้รื้อฟื้นคดีลักรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดวันที่ 3 สิงหาคม 2558 ซึ่งคดีดังกล่าวตำรวจวังน้อยได้จับกุมนายพิพัฒน์ บัวน้อย หรือน้อย อายุ 38 ปี ให้ตกเป็นผู้ต้องหา และล่าสุดศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ให้จำคุกนายพิพัฒน์ 4 ปี 6 เดือน โดยในชั้นสอบสวนนายพิพัฒน์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าทรัพย์ยืนยันว่านายพิพัฒน์ผู้ต้องหาไม่ใช่คนร้ายตัวจริง แต่เป็นแพะรับบาป ซึ่งตำรวจไม่เชื่อ
โดยทนายความแจ้งว่า นายอำนาจซึ่งเป็นคนร้ายตัวจริงและเป็นพี่เมียของนายพิพัฒน์แพะรับบาปเป็นผู้ก่อเหตุจริง และพร้อมรับผิดตามกฎหมาย
นายอำนาจซึ่งอ้างเป็นผู้ต้องหาตังจริงเปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนก่อเหตุจริงในคดีดังกล่าว ช่วงที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นที่บ้านพัก ตนก็พักอยู่ที่เดียวกับนายพิพัฒน์ ปรากฏว่าตนเองไม่อยู่บ้านพัก ทางตำรวจจึงได้จับกุมนายพิพัฒน์ไป ซึ่งตอนนั้นตนเองก็ดีใจที่ไม่ถูกจับกุม จึงแอบไปกบดานต่อที่จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาล่าสุดเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาตนเองวนกลับมาเยี่ยมญาติที่บ้านตำบลคลองหลวง ก็พบว่านายพิพัฒน์น้องเขยติดคุกไปแล้ว จึงเกิดความสงสารน้องสาวและหลานๆ เพราะผู้นำครอบครัวต้องมารับโทษแทนตนเอง ตนเองจึงสำนึกผิด และอยากให้มีการรื้อคดีขึ้นมาเพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง
แต่ทาง พ.ต.อ.สามารถเปิดเผยว่า คดีนี้เสร็จสิ้นไปแล้วตามกฎหมาย ไม่สามารถรื้อคดีขึ้นมาทำใหม่ได้ วันนี้ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น
ซึ่งทางทนายความยืนยันจะเข้าร้องเรียนต่อรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้รื้อฟื้นคดีใหม่ เพื่อให้แพะรับบาปไม่ติดคุก และผู้ก่อเหตุตัวจริงพร้อมรับโทษติดคุกตามความผิดแทน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่อยากโทษว่าใครสอบสวนผิด แต่อยากให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่เท่านั้น เพื่อช่วยเหลือแพะรับบาป โดยทั้งเจ้าทรัพย์เองหรือพยานหลายปากรวมถึงผู้ก่อเหตุตัวจริงก็ให้การที่สอดคล้องกัน ดังนั้น เชื่อว่าต้องมีกระบวนการเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่แพะรับบาป ส่วนทางญาติผู้ติดคุกก็ไม่ได้คิดจะเอาความผิดอะไรกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกรณีจับผิดตัวจนต้องมาติดคุกแทนคนทำผิดจริง
นางดวงแก้ว ใหม่ปิยะ อายุ 32 ปี ภรรยาแพะรับบาป เปิดเผยว่า เมื่อสามีโดนจับกุมและประกันตัวออกมาสู้คดี จนกระทั่งมาถูกตัดสินจำคุกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ซึ่งเข้าคุกไปแล้ว ถือว่าครอบครัวเดือดร้อนมาก เพราะมีลูกถึง 3 คน อยากให้มีความยุติธรรมในสังคมบ้าง

