ชลน่าน เล็ง ประกาศเพิ่มส่วนของ ‘กัญชา’ เป็นยาเสพติด ยัน ไม่สวนทางภูมิใจไทย

21.09.23 | 14:23 น.

ชลน่าน เล็ง ประกาศเพิ่มส่วนของ ‘กัญชา’ เป็นยาเสพติด ยัน ไม่สวนทางภูมิใจไทย มุ่งใช้การแพทย์-สุขภาพเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นกฎหมายควบคุมการใช้กัญชา ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ยืนยันจะยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา เข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง ว่า การเสนอกฎหมายเป็นสิทธิของสมาชิกที่เข้าชื่อได้อย่างน้อย 20 คน ก็เสนอกฎหมายได้ ส่วนสภาจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นไปตามระบบเสียงข้างมาก และต้องดูว่าสอดรับกับนโยบายรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากข้างมากเป็นเสียงของรัฐบาล ฉะนั้นถ้ากฎหมายที่เสนอสอดรับกับนโยบาย ก็จะถูกขับเคลื่อนตามกลไกของสภา

“พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เขาสามารถให้สมาชิกเสนอกฎหมายได้ เราเป็นพรรคแกนนำก็จะเข้าไปดู เพราะมีความจำเป็น ที่ต้องมีกฎหมายออกมารองรับและควบคุมการใช้กัญชา แต่ต้องย้ำว่าจะต้องใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ ส่วนอื่นๆ จะถือว่านอกเหนือนโยบาย เช่น การใช้สันทนาการ เราก็ต้องมีกฎหมายมารองรับ” นพ.ชลน่านกล่าว

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะร่างกฎหมายแล้วเสนอต่อสภาหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง หากเป็นไปได้อาจเสนอในนามร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะเป็นความร่วมมือในเชิงนโยบาย ส่วนร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่เคยเสนอแล้วตกไป ก็อาจเอามาดูในรายมาตรา แทนที่จะเขียนใหม่ก็เอามาปรับแก้

ถามว่าแนวคิดนี้จะไม่ขัดกับพรรคร่วมอย่างภูมิใจไทย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ขัดกัน เพราะภูมิใจไทยไม่เคยสนับสนุนในใช้เชิงสันทนาการ กัญชาเสรีไม่มี เป็นวาทกรรมที่ถูกโจมตีเท่านั้น

Advertisement

ถามต่อว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับเก่าที่สภามีความเห็นว่ายังมีช่องโหวเรื่องสันทนาการอยู่ การเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะต้องรัดกุมขึ้นอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะต้องมี และต้องชัดเจนว่าใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ที่เอา ‘กัญชา’ ออกจากชื่อยาเสพติดประเภทที่ 5 แต่ก็ไม่บอกว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่มีการระบุว่า หากจะกำหนดให้ส่วนใดของกัญชาเป็นยาเสพติด ให้ออกเป็นประกาศกระทรวงสาธารณสุขภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ฉะนั้น กัญชามีสารเสพติดอยู่ เหมือนกับบุหรี่ ที่ถือเป็นสิ่งเสพติด โดยขณะนี้ สธ.ออกประกาศไว้เพียง ‘สารสกัด THC มากกว่า 0.2%’ ยังเป็นยาเสพติด นอกนั้นไม่เป็น ทำให้เกิดการนำส่วนอื่น เช่น ช่อดอกไปใช้ผิดประเภท เอาไปใช้เพื่อสันทนาการ

เมื่อถามย้ำว่า รมว.สธ. จะมีการพิจารณากำหนดส่วนของกัญชาที่เป็นยาเสพติดเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่เอากลับไปทั้งหมด เพราะถ้าไปยึดแบบเดิมก็จะแข็งเกินไป อย่างมีกัญชา 1 ต้นในบ้านแล้วถูกจับ ฉะนั้น เราต้องออกกฎหมายในลักษณะที่ทุกฝ่ายไม่เสียประโยชน์จากการแพทย์และสุขภาพโดยไม่เป็นโทษต่อเพื่อนมนุษย์

“ถ้าเราออกกฎหมายเข้มจนเกินไป และไม่ดูบริบทของการนำไปใช้ ก็จะส่งผลกระทบ ขณะนี้มีการปลูกกัญชา และนำไปใช้ทางการพาณิชย์เยอะมาก ซึ่งเรื่องนี้นอกเหนืออำนาจของ สธ. แต่เพื่อสันทนาการไม่สามารถทำได้” นพ.ชลน่านกล่าว

ถามย้ำว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกาศให้ส่วนของกัญชาที่มากกว่าสารสกัด ถูกจำเป็นยาเสพติด รมว.สธ. กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ต้องดูให้รอบคอบ ว่าเป็นส่วนใหญ่ ได้ประโยชน์สูงสุดหรือไม่ และจะกระทบในมิติของผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ แต่หากตั้งก็ว่าไปตามโครงสร้างที่มีอยู่

“ความเห็นส่วนตัว ผมว่าไม่ควรกำหนดให้ทั้งหมดของกัญชาเป็นยาเสพติด เพราะประโยชน์ก็มี แต่แน่นอนว่าจะต้องมีการควบคุมเรื่องสันทนาการ ใจผมถึงขั้นอยากให้ควบคุมว่า หากแปรรูปเป็นยาเสพติดหรือใช้ในสันทนาการ ก็ถือว่าผิดกฎหมาย แต่วิธีการเขียนกฎหมายก็จะยากซักนิด” นพ.ชลน่านกล่าว