เมื่อวันที่ 21 กันยายน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประเด็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นข่าวสะเทือนใจ พ่อแท้ๆ ลงมือฆาตกรรมลูกตัวเองถึง 5 คน สังคมจึงตั้งคำถามว่าเป็นลักษณะของไซโคพาธ (Psychopaths) หรือไม่ ว่าลักษณะเช่นนี้เบื้องต้นก็เข้าข่ายของไซโคพาธ ซึ่งชื่อปัจจุบันคือ บุคลิกภาพต่อต้านสังคม เป็นผู้ที่กระทำความรุนแรงโดยไม่รู้สึกผิด ส่วนใหญ่จะมีประวัติมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นเบื้องต้นก็ยังไม่สามารถยืนยันได้จากข้อมูลตามข่าว จะต้องมีการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินสุขภาพจิตต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วย แต่ไม่ว่าป่วยหรือไม่ ก็จะต้องถูกประเมิน และแม้ว่าจะป่วยก็จะไม่เป็นเหตุในการไม่ได้รับโทษ เพียงแต่หากป่วยจริงก็จะต้องรับโทษไปพร้อมกับการรักษาด้วย ฉะนั้น ยืนยันว่าแม้จะมีประวัติเข้าข่ายไซโคพาธก็จะไม่เป็นเหตุให้มีการลดหย่อนโทษหรืออภัยโทษ ส่วนการลดหย่อนหรืออภัยโทษจะพิจารณาเฉพาะกรณีจิตฟั่นเฟือน จิตบกพร่อง
“แต่สิ่งสำคัญคือ ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้โดยไม่มีใครรู้ อันนี้เป็นการสะท้อนสังคมไทยว่ายังไม่เข้าใจเรื่องกระบวนการป้องกันและแก้ไขความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งความรุนแรงจะเกิดขึ้นจาก 1.เจ้าตัวผู้ก่อเหตุมีปัญหาสุขภาพจิตและส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วย 2.ครอบครัวมักเป็นระบบปิด ฉะนั้นการจะป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง จะต้องอาศัยคนนอก เพื่อนบ้าน หรือญาติ เข้าไปช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งสามารถทำได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีนี้ไม่เกิดกระบวนการนี้เลย แม้ว่าเพื่อนบ้านจะให้ข้อมูลว่าเห็นภรรยาผู้ก่อเหตุหน้าเขียว หรือได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงความรุนแรง” นพ.ยงยุทธกล่าว
ถามว่าหากมีการแทรกแซงการกระทำความรุนแรงก็อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่หลายคนก็จะบอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน นพ.ยงยุทธกล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากมีการแทรกแซงการใช้ความรุนแรง ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ลงเอยเช่นนี้ แต่ด้วยคนในสังคมอาจไม่รู้ว่าสังคมมี พ.ร.บ.ที่คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯอยู่ และไม่ตระหนักว่าหากไม่มีการเข้าไปแทรกแซง ความรุนแรงจะยิ่งต่อเนื่องยาวนาน และอาจลงเอยถึงขั้นชีวิตได้ ทั้งนี้ สังคมจะต้องสรุปบทเรียนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ เพื่อตระหนักและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
“เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง คุณครูของเด็ก บุคลากรในสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างมีความสำคัญ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรมองข้ามว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเรื่องในครอบครัว และเป็นเรื่องที่จะต้องถูกเข้าไปแทรกแซง” นพ.ยงยุทธกล่าว

