บุกค้นร้านหล่อทอง พันแก๊งต่างชาติลักทรัพย์บ้านท่านเปา นำมาปล่อยขาย

7.01.17 | 15:27 น.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 มกราคม พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมกำลังบก.น.7 บช.ภ.7 สภ.โพธิ์แก้ว สน.บางพลัด และบก.ป. นำหมายศาลจังหวัดตลิ่งชันเข้าตรวจค้นร้านทองเลขที่ 18/545 ซอย4 ถนนบรมราชินีนาถ เขตบางพลัด แขวงบำหรุ หลังขยายผลสอบปากคำ ผู้ต้องหาชาวโคลอมเบีย4คน ประกอบด้วย นายฌอน ปิแอร์ แอนเดรส นายเอนริเก้ ออตเตก้า นายเบญจามิน อีเซล โมโกยอน โลเปซ ชาวตุรกี และนายเช็ค มูหามัต สาลีม ราธพุธ ชาวปากีสถาน ผู้ต้องหาลักทรัพย์ตู้เซฟ ในบ้านผู้พิพากษาจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่15ธันวาคม2559ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาได้นำทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณมาหล่อที่บ้านพักแห่งนี้ ก่อนนำไปจำหน่าย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว เจ้าของบ้านทราบชื่อ นางสาวกาญจนา ประสงค์เสรีนนท์ และ นายชัชวาล เหล้าวรรณะ มาสอบปากคำ รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยนำหนึ่งในผู้ต้องหา ทราบชื่อ นายฌอน ปิแอร์ แอนเดรส ชาวตุรกี มาร่วมยืนยันการนำทรัพย์สินมาขายที่บ้านหลังนี้

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า จากการตรวจค้นบ้านเจ้าหน้าที่พบสร้อยข้อเท้า และเเหวนแต่งงานรูปแปดเหลี่ยม โดยผู้เสียหายเป็นภรรยาของผู้พิพากษา ยืนยันว่าเป็นของตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวเจ้าของบ้านไว้ดำเนินคดีในข้อหารับซื้อของโจร พร้อมอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนประชาชนท่านใดสงสัยว่ามีถูกแก๊งโคลัมเบียโจรกรรมทรัพย์สิน สามารถติดต่อตำรวจมาตรวจสอบของกลางได้ สำหรับโรงงานแห่งนี้ไม่มีเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรงงาน ขณะที่ใบการติดซื้อขาย มีการเผาทำลายหลักฐานด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเชื่อว่ามีการก่อเหตุลักษณะเป็นขบวนการ

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวด้วยว่า แก๊งโคลอมเบียเคยติดคุกด้วยกันและเพิ่งพ้นโทษออกมาก่อเหตุ5ครั้ง โดยก่อเหตุบ้านผู้พิพากษาครั้งที่2 ได้ทรัพย์สินไปมูลค่า5ล้านบาท ก่อนส่งทองคำให้ร้านหล่อทอง ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังฝั่งธนบุรี ดำเนินการแปรรูปทันที แล้วจึงส่งขายโคลอมเบีย โดยผ่านเซล์7สาย หนึ่งในนั้นเป็นแฟนสาวผู้ต้องหาด้วย นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบถุงเพชรซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำด้วย ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสาวโยงถึงนักธุรกิจใหญ่ อย่างไรก็ดีขณะนี้พบว่ามีร้านทองในประเทศหลายร้านรับซื้อของโจร รับหลอมทองโจร ขอให้หยุดเสีย

รายการข่าวแจ้งว่า ลูกจ้างหล่อทองคำยังเห็นว่านำกรอบพระเหลี่ยมทองและกรอบล้อมเพชรมาขาย และมีการรับซื้ออีกกว่า10กรอบ เนื่องจากผู้รับซื้อไม่สันทัดการดูพระจึงรับซื้อไว้แค่กรอบ โดยทรัพย์สินที่นำมาขายได้เงินไปประมาณ3แสนบาท