วันที่ 7 มกราคม 2560 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ต้นน้ำตอนบนเริ่มเข้าสู่ปกติ เจ้าหน้าที่เข้าช่วยชาวบ้านทำความสะอาด เก็บสิ่งของที่เสียหายในพื้นที่ ต.คลองสระ , ป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ ส่วนพื้นที่ตอนล่าง ประกอบด้วย ต.พลายวาส ,กระแดะและ ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ และ ต.ชลคราม , ไชยคราม อ.ดอนสัก ยังมีน้ำท่วมสูงรอระบายลงทะเล มีการขนย้ายสิ่งของหนีจากเส้นทางน้ำผ่าน โดยนายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ปภ.สุราษฎร์ธานี รายงานว่า ล่าสุดในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำท่วมพื้นที่เสี่ยงภัย 8 อำเภอ 57 ตำบล 427 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 63,700 ครัวเรือน 177,135 คน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 180 ล้านบาท
นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมวิดิโอ.ทางไกลกับกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้ส่งทีมโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีไปช่วย ที่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนในพื้นที่มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 17 แห่งเป็น และโรงพยาบาล 2 แห่งที่ อ.กาญจนดิษฐ์และ อ.ท่าชนะ มีบุคลากรที่ต้องช่วยเหลือ 38 รายและใช้รถหกล้อขนส่งฝ่าสายน้ำนำผู้ป่วยจาก อ.ดอนสัก ไปส่งไปโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งเป็นห่วงพื้นที่เกาะที่มีเฉพาะเรือเฟอร์รี่ในช่วงกลางวัน
ด้านนายอุดม เพชรสุต ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ศูนย์บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ยกระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ ในระดับ 3 โดยให้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารภัยแห่งชาติ ส่วนหน้าที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี รับผิดชอบในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และ ตรัง โดยได้ระดมสรรพกำลัง และอุปกรณ์เคลื่อนที่เร็วให้สามารถออกปฎิบัติงานได้ทันที
นายอุดม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ในพื้นที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ พัทลุง ยังมีความรุนแรงตามระดับ และจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายประชาชน ร่วมถึงเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา การจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติส่วนหน้า จะทำให้การจัดการบริหารสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
ขณะเดียวกัน สถานีอุตุนิยมวิทยาอุทกพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี รายงานระดับน้ำในแม่น้ำตาปีขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีมวลน้ำจากพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กำลังระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยผ่านแม่น้ำตาปี โดยระดับน้ำเข้าสู่ระดับวิกฤตหรือน้ำล้นตลิ่ง ผลมาจากน้ำก้อนที่1 จำนวน 575.6 ล้านลูกบากศ์เมตร กำลังไหลผ่านพื้นที่ อ.พระแสง เคียนซา นาเดิม และ อ.พุนพิน และก้อนที่ 2 จำนวน 676.1 ล้านลูกบากศ์เมตร กำลังไหลมาสมทบ ภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากบริเวณปากแม่น้ำตาปี ที่ อ.พุนพิน โดยได้มีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายประชาชน และสิ่งของ

