คุม ‘เจษฎา’ ฝากขังศาลอาญา ตร.มั่นใจ หลักฐานเพียงพอดำเนินคดี
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 กันยายน ที่ สน.บางเขน ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ได้คุมตัว น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี ออกจากห้องควบคุมตัวบน สน. ไปสอบสวนที่ห้องสืบสวน ใช้เวลา 30 นาที ก่อนเดินกลับมาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยท่าทีของ น.ส.เจษฎาดูผ่อนคลายมากขึ้น มีการยกมือไหว้ขอบคุณชุดสืบสวนที่เดินมาส่ง
จากนั้นเวลา 09.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้คุมตัว น.ส.เจษฎาออกจากห้องควบคุม สน.บางเขน ขึ้นรถคุมขังของ สน.บางเขน เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา โดยสื่อมวลชนพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรจะพูดถึง หรือขอโทษสังคมอย่างไร แต่ น.ส.เจษฎาก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูด ยกมือไหว้ แล้วโบกมือปัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาทันที

ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า จากการที่เมื่อคืนนี้ได้นำตัว น.ส.เจษฎาไปชี้จุดที่ทิ้งศพของเด็กทารก เมื่อปี 2559 และ 2561 ปรากฏว่า น.ส.เจษฎาชี้บริเวณที่ก่อสร้างเป็นปั๊มน้ำมันไปแล้ว หลังจากนี้ จึงต้องรอคณะกรรมการประชุมร่วมกันก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว และสภาพแวดล้อมในจุดดังกล่าวก็มีการเปลี่ยนแปลงไป การชี้จุดของ น.ส.เจษฎาสามารถคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น หากมีการทุบเพื่อขุดหาพยานหลักฐานแล้วปรากฏว่าไม่ใช่จุดทิ้งศพที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พบศพเด็กทั้ง 2 ศพ ในพื้นที่ สน.บางซื่อ มีดีเอ็นเอตรงกันกับ น.ส.เจษฎานั้น เพียงพอต่อการดำเนินคดีแล้ว แต่ตำรวจต้องการทำคดีให้รัดกุมครบถ้วนมากที่สุด

