จากกรณีตรวจสอบพบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่เทศกิจว่าจ้างนักศึกษาแพทย์ และวิศวะ ให้เข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบ ต่อมาบช.น.ประกาศสั่งยกเลิกการสอบ และเตรียมเสนอพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในวันที่ 9 มกราคมให้พิจารณายกเลิกการสอบ ตลอดจนเตรียมแจ้งความดำเนินคดีในวันที่ 8 มกราคมนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มกราคม พล.ต.ต.จักรกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ รอง ผบช.ศ. ในฐานะกองบัญชาการที่อำนวยการดูแลด้านการสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)กล่าวว่า ทางบช.ศ.จะทำเรื่องเสนอให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวทั้งกระบวนการ โดยคาดว่า พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ บช.ศ. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะเข้ามาดูแลกรณีที่ผบ.ตร.แต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจัดสอบดังกล่าวเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการใช้เครื่องมือสื่อสารหรือเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ในการสอบแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่มีการจ่ายเงินสมัครสอบในเวลาใกล้เคียงกันแล้วได้ที่นั่งใกล้กันนั้น จักรกฤษศณ์ กล่าวว่า การสอบแต่ละครั้งในการสมัครสอบ เมื่อไปจ่ายเงินในเวลา 09.00 น. ผู้ที่จ่ายเงินอีกครั้งในเวลา 09.01 น. ไม่สามารถนั่งใกล้เคียงกันได้จะมีการแรนดอม จึงมีการคิดโดยให้มือปืนรับจ้างมาสอบค่อนข้างเยอะ แนวทางการแก้ไขคงต้องมีการหารือกันอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยต้องถอนรากถอนโคนขบวนการดังกล่าว การสืบสวนข้อเท็จจริงทางบช.น.จะเป็นผู้ดำเนินตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้คุมสอบหรืออาจจะเพิ่มจำนวนคนตรวจกระดาษข้อสอบ ในการจัดสอบนายสิบตำรวจในครั้งนี้ รวมทุกกองบัญชาการใช้เงินจำนวนมากถึง 50 ล้านบาทบางครั้งเกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งการสอบครั้งล่าสุดมีผู้เข้าร่วมการสอบทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 86,000 คน ทั้งนี้ ต้องรอผลสรุปการตรวจสอบทั้งหมดให้ผบ.ตร.พิจารณาต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ทางกองบัญชาการศึกษา(บช.ศ.) ได้ประสานทางศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศฝร.บช.น.) ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมไปยังการสอบที่ผ่านมาว่ามีผู้สมัครที่สอบได้ด้วยวิธีการทุจริตดังกล่าวมาเป็นตำรวจหรือไม่ หากมีการทุจริตจะให้ออกจากรับราชการทันที รวมถึงตรวจสอบข้อมูลกลุ่มรุ่นพี่ทั้งหมดของกลุ่มมือปืนรับจ้างสอบที่เป็นนักศึกษาทั้ง 34 คน ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการลงสนามมาสมัครสอบแล้วมีการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันด้วยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการละเมิดจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ด้วยหรือไม่ อย่างกรณีนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ที่ทำงานไปแล้วเคยมาลงสนามเพื่อร่วมขบวนการทุจริตการคัดเลือกสมัครสอบตำรวจ เนื่องจากเป็นนักศึกษาที่เป็นเด็กเรียนเก่งอยู่ในสถานศึกษาชั้นนำของประเทศแล้วมีการมารับจ้างก่อเหตุดังกล่าว สถาบันการศึกษาที่มีนักศึกษาแพทย์ที่อาจมีการกระทำความผิดควรดำเนินการตรวจสอบด้วยหรือไม่ เนื่องจากถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา เพื่อหาสาเหตุที่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวจบอนาคตเพียงเพื่อต้องการเงินเพียงไม่กี่บาท

