แม่พาลูกร้องเพจสายไหม ถูกรุ่นพี่ราดแอลกอฮอล์ จุดไฟเผา แผลทั่วตัว
เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก นางบี (นามสมมุติ) มารดา ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ที่ถูกเพื่อนรุ่นพี่อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลราดตัวและจุดไฟเผา ทำให้ ด.ช.เอ มีบาดแผลจากการถูกไฟไหม้บริเวณลำตัว ต้นขาทั้งสองข้างได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่สนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลำลูกกา ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา
นายเอกภพกล่าวว่า เคสนี้เป็นเคสที่น่าสงสารเนื่องจาก ด.ช.เอ ถูกเด็กรุ่นพี่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันวางแผนหลอกให้ ด.ช.เอ ออกมาเล่นที่สนามเด็กเล่น คนหนึ่งล็อกแขนจากด้านหลัง อีกคนเอาแอลกอฮอล์มาราดตัวแล้วจุดไฟเผา ข่มขู่ว่าห้ามบอกแม่ หากใครถามให้บอกว่า จุดไฟเผาตัวเอง ทำให้ ด.ช.เอไม่กล้าบอกกับทางผู้ปกครอง แต่ด้วยอาการบาดเจ็บและมีอาการซึม ทำให้แม่เปิดเสื้อดูจึงพบว่า มีบาดแผลพุพองจากการถูกไฟไหม้ที่ลำตัวและต้นขาจึงพาไปแจ้งความที่ สภ.คูคต
นายเอกภพกล่าวว่า จากการพูดคุยกับเด็กผู้เสียหายทราบว่า รุ่นพี่ตามมาชวนจึงออกไปด้วยความกลัว กระทั่งถูกล็อกข้างหลังและถูกแอลกอฮอล์ราดแล้วจุดไฟทำให้ไฟมันลุกพรึบขึ้นมาเปลวไฟยังเผาผมไหม้ กรณีนี้จะประสาน ผกก.สภ.คูคต แม้ผู้ก่อเหตุจะอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน
แต่จากพฤติกรรมเป็นการทำร้ายร่างกายมันอาจทำให้เสียชีวิตได้ และเป็นบาดแผลรุนแรงไม่อยากให้ทางตำรวจไปซ้ำเติมกับคนเจ็บ เพราะแม่ต้องการได้รับความเป็นธรรม แต่พอบอกว่าให้ไกล่เกลี่ยกันยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจคนเจ็บซ้ำ ทั้งคนเจ็บและผู้ปกครองของเด็กที่บาดเจ็บอยากให้ฝ่ายผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม โดยวันที่ 25 กันยายน จะให้ทีมงานสายไหมต้องรอดพาผู้เสียหายไปติดต่อขอเงินเยียวยาที่กระทรวงยุติธรรม จากการได้รับการกระทำทางคดีอาญาต่อไป
น.ส.บีกล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่องไปแจ้งความที่ สภ.คูคต โดยเรียกฝ่ายผู้ก่อเหตุพร้อมผู้ปกครองมาไกล่เกลี่ยกันที่ สภ.คูคต แต่ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด จึงไม่อยากเจรจาไกล่เกลี่ย ตำรวจเลยแนะนำว่าหากไม่คุยก็ให้แยกย้ายเดินทางกลับบ้าน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ตนย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ได้ 3 เดือน ไม่เคยรู้จักกับฝ่ายผู้ก่อเหตุมาก่อน ทราบว่าลูกออกไปเล่นกับรุ่นพี่กลุ่มนี้ มีบ้างที่บาดเจ็บแต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เด็กเล่นกัน เลยไม่ได้คิดว่ามันจะรุนแรงถึงขนาดนี้
น.ส.บีกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนมาขอโทษ แต่ตนยังอยู่ในความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กเพิ่งทราบว่า ลูกหลานตัวเองมาก่อเหตุลักษณะแบบนี้เช่นกัน ในส่วนของการรักษาได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลภูมิพล แพทย์นัดไปตรวจและล้างแผลวันที่ 25 กันยายน ตนอยากให้คนที่ก่อเหตุได้รับบทลงโทษตามกฎหมายโดยไม่ขอยอมความเพื่อที่เขาจะได้ไม่ไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก และอยากเตือนว่า อย่าทำอะไรพิเรนทร์แบบนี้มันทำให้เดือดร้อนและเจ็บปวดทั้งผู้ถูกกระทำและผู้ปกครอง

