ปานเทพ ห่วงกัญชาถูกล็อกเพิ่ม กระทบคนใช้เพื่อสุขภาพ แนะ ‘ชลน่าน’ พิจารณาให้รอบด้าน

25.09.23 | 13:28 น.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง พ.ศ. … กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา พ.ศ. … เข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง ว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ 94 มาตรา ซึ่งหมายถึงร่างที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว ซึ่งเป็นร่างที่มีการแก้ไขมาระดับหนึ่งแล้ว ตามขั้นตอนแล้วหากมีการเสนอกฎหมายเข้าไป ก็จะนำไปสู่การพิจารณาของสภาว่าจะรับหลักการหรือไม่ หากเห็นชอบก็จะต้องแปรญัตติ หรือเห็นชอบให้ปรับปรุงแก้ไขรายมาตรา เพื่อให้ออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะได้ หลังจากนั้นก็ประกาศบังคับใช้ก็จะมีสถานภาพควบคุมในระดับ พ.ร.บ. ซึ่งจะเป็นที่ยุติโดยกระบวนการตามกฎหมาย

เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พิจารณากำหนดส่วนของกัญชาที่เป็นยาเสพติดเพิ่มขึ้น จากเดิมที่กำหนดเพียงสารสกัดที่มีค่า THC มากกว่า 0.2 เป็นยาเสพติด ว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหนึ่งที่สามารถชี้นำคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดได้ ซึ่งหากมีการพิจารณาเห็นชอบแล้วจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงบัญชียาเสพติดก็ต้องผ่าน ป.ป.ส. ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อีกชั้นหนึ่ง คำถามคือว่า หากเป็นยาเสพติดแล้ว การควบคุมโดยร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ก็อาจจะซ้ำซ้อนหรือไม่สอดรับกันด้วย จึงต้องไปพิจารณาเพื่อหามาตราควบคุมอย่างไรให้เหมาะสม

“ปัจจุบันแม้ไม่ประกาศส่วนที่เป็นยาเสพติดเพิ่ม การควบคุมก็มี พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 อยู่แล้ว มีมาตราควบคุมช่อดอกอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ สามารถออกมาตราให้เข้มข้นขึ้นได้ รวมถึงทำให้เกิดการบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพียงแต่บทลงโทษอาจไม่รุนแรงเท่าการมีพ.ร.บ.เฉพาะ ซึ่งหากต้องการบทลงโทษเหมือนยาเสพติดตามที่สังคมห่วงใย ก็สามารถเพิ่มโทษในร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นทางที่เหมาะสมมากกว่า” นายปานเทพกล่าว

นายปานเทพกล่าวต่อว่า หากมีการประกาศให้ส่วนอื่นของกัญชาเป็นยาเสพติด คำถามคือว่า ในส่วนที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ อย่างปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออกมาเยอะมาก เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม ที่มีความปลอดภัยแต่ก็ไม่ใช่ทางการแพทย์ ก็จะกลายเป็นผิดกฎหมายไป ดังนั้น ขึ้นอยู่กับขอบเขตที่จะมีการประกาศเอาบางส่วนของกัญชาเป็นยาเสพติด ได้ประเมินคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์และปลอดภัยเอาไว้หรือไม่ ถ้าพิจารณาไม่รอบด้านถึงส่วนนี้ก็จะเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างสุจริต

ถามต่อว่าหากมีการประกาศให้ส่วนอื่นของกัญชา เช่น ช่อดอก เป็นยาเสพติดแล้วจะกระทบต่อผลิตภัณฑ์หรือภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้เพื่อดูแลตนเองในครัวเรือนอย่างไร นายปานเทพกล่าวว่า กระทบแน่นอน ก็จะทำไม่ได้อยู่แล้วเพราะหากเป็นยาเสพติด ก็จะต้องถูกใช้ในทางการแพทย์และวิจัยเท่านั้น ฉะนั้น วิถีชาวบ้านที่ไม่นับเป็นการแพทย์ หรือเครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริมก็จะใช้ไม่ได้ทั้งนั้น ตนจึงมีความเป็นห่วงว่าท่าน รมว.สธ. อาจยังไม่ได้ฟังความเห็นนอกกระทรวง เช่นผู้ที่ได้ประโยชน์ ผู้ลงทุนอย่างสุจริต หรือผู้ที่ใช้ประโยชน์เพื่อสุขภาพจริงๆ เป็นอย่างไร หรือมีการสำรวจการใช้ที่ผ่านมาแล้วหรือยัง

Advertisement

“มิติของการป้องกันเด็ก เยาวชนใช้มากขึ้นต้องพิจารณาถึงบทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย แต่มิติที่ประชาชนได้ประโยชน์ต้องพิจารณาให้มากเพราะประชาชนเขาได้รับสิทธิในการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ลดรายจ่าย ลดการพึ่งพาหมอให้น้อยลง ผมว่าตรงนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านมากกว่ามิติของแพทย์แผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว” นายปานเทพกล่าว

เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าหากมี พ.ร.บ.กัญชาฯ จะช่วยป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนได้จริง นายปานเทพกล่าวว่า จริงๆ ปัจจุบันมี พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ก็ครอบคลุมอยู่แล้ว มีการกำหนดว่าห้ามจำหน่ายให้กับเด็กและเยาวชน แต่หากมี พ.ร.บ. ก็จะกำหนดบทลงโทษที่แรงขึ้นกว่าเดิม แต่ความสำคัญคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่ รับผลประโยชน์หรือไม่ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย

“หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่บังคับใช้กฎหมาย ต่อให้เป็นยาเสพติด ก็จะมีคนลักลอบใช้อยู่ดี เพราะอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้เกือบ 90% เป็นการใช้กัญชาใต้ดิน นั่นแปลว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องกฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย” นายปานเทพกล่าว