จับ ‘ดิว บางไทร’ คนร้ายที่ตระเวนก่อเหตุ ‘นัดเดต’ ผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนจะขโมยรถจักรยานยนต์ไปขาย โดยความแปลกของรายนี้อยู่ที่ชอบชวนเหยื่อไปที่วัด และจะก่อเหตุในวัด โดยอ้างว่า ‘อยากทำบุญก่อนก่อเหตุ’ สารภาพก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ราย ก่อนถูกจับกุมและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ได้จากการก่อเหตุ กำลัง ‘ขึ้นเขียง’ ใส่รถตู้ทึบเพื่อส่งออกนอกประเทศไว้ได้ทัน
เมื่อวันที่ 25 กันยายน พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น/หัวหน้าชุด PCT5, พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น. และคณะ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาล และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว
นายพชรพล นิ่มอนงค์ หรือดิว หรือนิว, ปุ๊, ปู อายุ 39 ปี ชาว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ จ.242/2566 ลงวันที่ 3 ส.ค.66 โดยกล่าวหาข้อหา “ลักทรัพย์ผู้อื่น”
พบประวัติการก่อเหตุมาอย่างโชกโชนดังนี้
1.วันที่ 7 ก.พ.55 ก่อเหตุ “ฉ้อโกง” ในพื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬา
2.วันที่ 9 ก.ค.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดภายในวัดโบสถ์ พื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี
3.วันที่ 30 ก.ค.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดภายในวัดโบสถ์ พื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี
4.วันที่ 8 ส.ค.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดภายในวัดโบสถ์ พื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี
5.วันที่ 13 ส.ค.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดที่ร้านอาหารในพื้นที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี
6.วันที่ 16 ก.ย.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดภายในวัดโบสถ์ พื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี
7.วันที่ 25 ก.ย.66 ก่อเหตุหลอกนัดเดตผ่านแอพพ์หาคู่ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา
ตรวจยึดของกลาง 2 รายการ
1.รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีฟ้า ราคาประมาณ 75,000 บาท
2.เงินสด จำนวน 6,500 บาท
พฤติการณ์กล่าวคือ ภัยร้ายสาวอวบที่ชื่นชอบเล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ มิจฉาชีพชายโฉดรายหนึ่งได้แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบชายขี้เหงา โดยมักใช้ชื่อว่า ปุ๊, ปู (pu), นิว, ดิว โดยเจ้าตัวจะคัดเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงสาวโดยเฉพาะ “สาวอวบ” ทำทีตีสนิทก่อนจะนัดพบ ชวนทานข้าว ชวนไปโรงแรม แต่โดยส่วนใหญ่จะถูกชักชวน “ไปวัด” เพื่อทำบุญ
จากนั้นตลอดเวลาที่อยู่กับเหยื่อคนร้ายรายนี้จะพยายามหยอด สร้างความไว้วางใจให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะหาจังหวะโอกาสตีมึน “ขอยืมรถจักรยานยนต์” เพื่อไปทำธุระเล็กๆ น้อยๆ จากนั้นจะควบรถจักรยานยนต์ของเหยื่อหายเข้ากลีบเมฆ เทเหยื่อให้งุนงงอยู่ในที่เกิดเหตุ กว่าหลายชั่วโมงจึงจะตั้งสติได้ว่าถูกหลอกลวง เกือบทั้งหมดจะไม่ทราบว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร นานวันผ่านไปเหยื่อเริ่มเข้าแจ้งความดำเนินคดีมากขึ้นๆ

กระทั่งทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของชุด ศปอส.ตร. (PCT5) พบข้อมูลรับแจ้งจากระบบ แผนประทุษกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นมากขึ้นในความถี่ที่สูง และยังไม่มีวี่แววจะหยุดลง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุด PCT5 ส่งชุดสืบสวนติดต่อหาเหยื่อหลายรายพบว่าคนร้ายที่ตระเวนก่อเหตุทั้งหมดนั้นคือคนคนเดียวกัน และยังคงลอยนวลอยู่ในสังคม
จึงได้ส่งชุดสืบนครบาลร่วมกับเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 ลงพื้นที่สืบสวนกว่า 1 สัปดาห์ แต่ก็ยังไร้วี่แวว กระทั่งวันที่ 25 ก.ย.66 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวรายหนึ่งเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ถูกชายไม่ทราบชื่อ นัดหมายผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ ก่อนจะขโมยรถจักรยานยนต์
ชุดสืบสวนตรวจสอบแผนประทุษกรรมแล้วมั่นใจใช่คนร้ายแน่นอน พล.ต.ต.ธีรเดชนำกำลังไล่ล่าตามรอยเท้าไปอย่างกระชั้นชิด กระทั่งได้พบกับคนร้ายตัวเป็นๆ ครั้งแรกที่บริเวณสวนจตุจักรระหว่างที่คนร้ายยืนรอรถโดยสารอยู่ริมถนน แต่ดวงโจรของคนร้ายยังไม่ดับ เมื่อเจ้าตัวขึ้นรถตู้โดยสารไปต่อหน้าต่อตาชุดสืบสวนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนและกำลังพยายามข้ามถนนเพื่อไปจับกุม ชุดสืบสวนโบกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างควบตามไปอย่างระทึก
ไล่ล่าอยู่บนเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต ติดตามไปจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าตลาดโรงเกลือ หมู่ 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 ก.ย.66 เวลา 15.00 น.
โดยหลังการจับกุมตัวชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ นายพชรพล นิ่มอนงค์ หรือดิว ซึ่งมีหมายจับติดตัวอยู่ 1 หมายจับ จึงควบคุมตัวไว้ และจากการขยายผลพบว่าเจ้าตัวพึ่งจะนำรถที่ลักมาไปขายให้กับพ่อค้ารับซื้อรถที่ จ.สุพรรณบุรี ชุดสืบสวนนำกำลังติดตามไปที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกก่อเหตุกำลัง “ขึ้นเขียง” ใส่รถตู้ทึบเพื่อส่งออกนอกประเทศ จึงได้ตรวจยึดไว้ได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเมื่อผู้เสียหายทราบข่าวได้ติดตามมาขอรับรถคันดังกล่าวคืน และกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่จากสืบนครบาล เป็นแรงใจให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหายเหนื่อยไปตามๆ กัน
ทั้งนี้ ในชั้นจับกุม นายพชรพลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า
“ตนเองไม่มีงานทำ เนื่องจากมีคดีฉ้อโกงติดตัวทำให้หางานทำยาก อีกทั้งยังติดยาเสพติดและติดการพนัน ไม่รู้จะหายรายได้จากทางใดจึงลงมือก่อเหตุ โดยจะแฝงตัวอยู่ในแอพพลิเคชั่น โดยจะคัดเหยื่อที่เป็นหญิงอ้วน เพราะนัดง่าย และที่ชอบนัดเหยื่อไปก่อเหตุที่วัดโบสถ์เพราะอยากทำบุญก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ ยอมรับว่าก่อเหตุมาเยอะแล้วจำไม่ได้ว่าเท่าใด และเมื่อได้รถมาจะนำไปขายให้กับเหล่าพ่อค้ารับรถทางเฟซบุ๊ก โดยเจ้าประจำที่ตนเองชอบขายให้คือที่ จ.สพรรณบุรี โดยขายให้กับรายนี้มา 3 คันแล้ว”

หลังจับกุมตัวได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนรถจักรยานยนต์คันที่ตรวจยึด เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ตรวจยึดนำไปดำเนินการต่อ
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.PCT5 กล่าวว่า “จากการขยายผลการจับกุมในขณะนี้เราพบขบวนการที่จะส่งรถออกนอกประเทศ ซึ่งเราได้พยานหลักฐานมาพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจกระทบต่อการสืบสวน สำหรับคนร้ายรายนี้เราพบข้อมูลเหยื่อและผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่ออีกไม่ต่ำกว่า 10 ราย จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อคนร้ายรายนี้ให้แจ้งมาที่เฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่ประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง เราจะปกปิดข้อมูลของคุณเป็นความลับ
และขอฝากเตือนไปยังเหล่าผู้ปกครองให้หมั่นเฝ้าระวังบุตรหลานที่ชื่นชอบการเล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ลักษณะนี้ ให้หลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของท่าน แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชนเราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”

