หน้าแรก ในประเทศ พสกนิกรปักหลั...

พสกนิกรปักหลักรอกราบพระบรมศพแม้ฝนตกๆหยุดๆ สำนักพระราชวังแจ้งยอดปชช.เกือบ 3 ล้านคนแล้ว

8.01.17 | 13:59 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 87 การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 33

เวลา 07.00 น. นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารและวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 มกราคม ซึ่งมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ราชวรมหาวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศยังทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีเมฆมากและมีฝนตก ทั้งนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 04.50 น. จากเวลาปกติเปิดเวลา 08.00 น.

น.ส.จิราวรรณ ชัยวิฑูอนุกุล อายุ 73 ปี ชาว อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงต้องนั่งรถวีลแชร์มาพร้อมครอบครัว จำนวน 6 คน กล่าวว่า ตั้งใจจะมากราบพระบรมศพนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้มาสักที เนื่องจากไม่มีคนพามา จะมาเองก็คงมาไม่ได้ ดูโทรทัศน์ที่ฉายเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ทีไรก็ร้องไห้ไม่หยุด พอดีครั้งนี้ครอบครัวว่างตรงกันจึงตัดสินใจเดินทางมาจาก อ.สูงเนิน ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ถึงบริเวณท้องสนามหลวง เวลา 04.30 น. จากนั้นต่อแถวประมาณ 6-7 ชั่วโมง จึงได้เข้ากราบพระบรมศพ แม้ว่าตนจะสุขภาพไม่แข็งแรง เดินเหินไม่สะดวก แต่การมากราบพระองค์ครั้งนี้ก็ไม่รู้สึกลำบากและเหน็ดเหนื่อยเลย เพราะมาด้วยหัวใจที่มีต่อพระองค์จริงๆ หากมีโอกาสก็อยากที่จะมาอีกเรื่อยๆ

Advertisement

“พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีความอยู่ดีมีสุข ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จฯไปแห่งหนตำบลใด ก็ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งสิ้น ทุกที่ล้วนเกิดความเจริญตามมา” น.ส.จิราวรรณกล่าว

จิราวรรณ (นั่งวีลแชร์)
จิราวรรณ ชัยวิฑูอนุกุล

นางนกเล็ก ม่วงลัพธ์ อายุ 67 ปี ชาว ต.หนองกลาง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ที่เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มแม่บ้าน อ.บ่อพลอย และ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี จำนวน 26 คน ด้วยรถตู้ 2 คัน เผยว่า รักในหลวง รัชกาลที่ 9 มากที่สุด เพราะพระองค์ทรงงานหนักเพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี รวมทั้งพระองค์ยังมีพระราชจริยวัตรที่งดงาม ทรงเป็นกันเองและไม่ถือตัวกับพสกนิกร เมื่อทราบข่าวพระองค์สวรรคต รู้สึกเสียใจมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่เสียใจ เสียใจกันหมดทั้งหมู่บ้าน

นางจรรยา พันธ์แจ่ม อายุ 59 ปี เกษตรกรจาก อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ในการทำการเกษตร ดิฉันก็ได้ยึดตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่มาโดยตลอด ซึ่งจากการลงมือปฏิบัติตามก็พบว่าเป็นศาสตร์ที่ทรงคุณค่าและใช้ได้จริง ช่วยให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากเมื่อก่อนดิฉันทำการเกษตรจะเป็นหนี้สินจำนวนมาก เนื่องจากทำไร่สับปะรดเชิงเดี่ยว เวลาจะกินข้าวก็ต้องไปซื้อในตลาด เวลาจะกินผักก็ต้องไปซื้อ เวลาจะกินเนื้อสัตว์ก็ต้องไปซื้อเช่นกัน ดิฉันจึงเปลี่ยนมายึดหลักการของพระองค์ โดยได้จัดสรรที่ดินบางส่วนมาปลูกข้าว บางส่วนมาปลูกพริก มะเขือ ตะไคร้ ทำสวนกล้วย สวนมะนาว ขุดบ่อเลี้ยงปลา เพื่อไว้กินเองไม่ต้องซื้ออีกต่อไป ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนได้มาก ที่เหลือก็นำมาจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้อีกทาง ทำให้ตอนนี้กำลังจะปลดหนี้สินที่มีเกือบ 3 แสนบาทได้หมดแล้ว

จรรยา (คนที่3) นกเล็ก (คนที่ 4)
จรรยา พันธ์แจ่ม (กลาง) นกเล็ก (คนที่ 4 จากซ้าย)

นายเฉลิมบุญ อัจฉริยบดี อายุ 39 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว อาศัยช่วงวันหยุดงานเดินทางจากบ้านย่านตลิ่งชันพร้อมลูกสาววัย 9 ขวบ ด.ญ.ณฐมน อัจฉริยบดี ชั้น ป.2 โรงเรียนรุ่งอรุณ มาต่อแถวตั้งแต่เวลา 05.09 น. เผยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนลูกสาวเคยเดินทางมากับแม่ครั้งหนึ่งแล้ว จึงได้ลูกสาวคอยแนะนำว่าลำดับการต่อแถวและจุดนั่งคอยตามเต็นท์ต่างๆ ซึ่งอากาศวันนี้ค่อนข้างเป็นใจ แม้ไม่มีลมแต่ก็เย็นสบายเพราะเมฆครึ้มทั้งวัน ทำให้ไม่เหนื่อยเลย และเมื่อได้เข้าไปกราบด้านในแล้วยิ่งตื้นตันปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเกือบ 100 วันแล้ว แต่ผมยังจำความรู้สึกวันที่มีการเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชมาพระบรมมหาราชวังได้ดี ซึ่งผมและลูกเฝ้ารออยู่ตรงบริเวณกระทรวงกลาโหม ได้เห็นประชาชนมากันอย่างมืดฟ้ามัวดิน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็สะกดกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่ บรรยากาศในวันนั้นพูดถึงเมื่อใดก็ยังเศร้าโศกอยู่มิคลาย แต่ในฐานะที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ ก็จะน้อมนำพระราชดำริ คำสอนต่างๆ มาปรับใช้ ทำหน้าที่ทุกด้านของตัวเองให้ดีที่สุด” นายเฉลิมบุญกล่าว

S__5767336
เฉลิมบุญ อัจฉริยบดี และลูกสาว

นางชุติพันธ์ หาญประสิทธิ์คำ อายุ 58 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด อาชีพธุรกิจส่วนตัว ในฐานะกรรมการวัดวิมลนิวาส จ.ร้อยเอ็ด นำคณะสมาชิกสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 83 วัดวิมลนิวาส จ.ร้อยเอ็ด กว่า 50 คน เหมารถโดยสารเดินทางมานั่งวิปัสสนาที่วัดธรรมมงคล สุขุมวิทซอย 101 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 ก่อนเตรียมความพร้อมมาสักการะพระบรมศพวันนี้ กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า สมัยก่อนพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด แร้นแค้นและแห้งแล้งมาก หรือผู้คนจะเรียกกันว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” เพาะปลูกทำการเกษตรไม่ได้ผล กระทั่งในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระเมตตาใส่พระราชหฤทัยในความเดือดร้อนของชาวร้อยเอ็ด มีพระราชดำริจัดการเรื่องน้ำชลประทาน ทำให้ชาวเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากปลูกพืชไร่ทำนาข้าวได้ผลผลิตดี ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย และกลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดอีกด้วย

“นอกจากพวกเราจะมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคมนี้ ซึ่งตรงกับวันสวรรคตครบ 100 วัน ทางสถาบันฯได้จัดกิจกรรมสวดมนต์หลักสูตรครูสมาธิ เชิญชวนประชาชนที่ประกอบอาชีพครู ข้าราชการ มานั่งสมาธิเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งข้อดีของการนั่งสมาธิจะทำให้มีสติคอยเตือนตน มีเหตุผลในการครองชีวิตโดยไม่ประมาท” นางชุติพันธ์กล่าว

S__5767337
ชุติพันธ์ หาญประสิทธิ์คำ (ที่ 8 จากซ้าย ถือธง)

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 มกราคม หลังสำนักพระราชวังปิดเวลา 21.30 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 44,278 คน รวม 68 วัน มี 2,955,877 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,896,816 บาท รวม 68 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 240,703,816.50 บาท