บิ๊กก้อง แถลงเอาผิด ม.157 ตำรวจ 15 นาย ร่วมปาร์ตี้บ้านกำนันนก ผกก.พญาไทโดนด้วย
กรณี นายธนัญชัย หมั่นมาก อายุ 45 ปี หรือ “หน่อง” ลูกน้องคนสนิทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สว.ศิว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในสำนักงานของกำนันนก ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อดึกวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ จนมีการโอนคดีมาให้กองปราบปรามเข้าไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 กันยายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำทีมแถลงความคืบหน้าคดีดังกล่าว
พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า บช.ก.รับโอนทั้ง 2 คดีมาจากคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมา โดยแบ่งกลุ่มตำรวจ 29 นาย ที่อยู่ในวันเกิดเหตุเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คือ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มี 2 นาย, กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา 6 นาย, กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันทีขณะเกิดเหตุมี 6 นาย และกลุ่มที่ 4 คือ มีพฤติการณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นมี 15 นาย แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดพฤติการณ์ของตำรวจแต่ละนายได้ เพราะอยู่ในสำนวน ที่ผ่านมาเราได้หารือกับพนักงานอัยการทุกแง่มุมมาตลอด จึงได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจกลุ่มที่ 4 ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากไม่กระทำการใดๆ ตามหน้าที่หลังจากเกิดเหตุ ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ในจำนวนนี้มี พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้ง 15 นายให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนข้อหาให้การเท็จนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ก็ยังมีการพยายามกู้ข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ จากการตรวจสอบนั้นมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 ตัว ใช้การได้ 13 ตัว และเสียไป 2 ตัว กล้องที่ใช้การได้มีไฟล์บันทึก 12 ตัว ไม่มีไฟล์บันทึก 1 ตัว ที่ใช้งานได้ปกติมี 11 ตัว และมีอีกหนึ่งตัวที่บันทึกภาพเหตุการณ์ได้ถึงเวลา 10.16 น. ซึ่งกล้องตัวดังกล่าวได้ส่งให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถกู้ภาพได้ หลังจากนี้ก็จะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศช่วยตรวจสอบด้วย คาดว่าหากสามารถกู้ข้อมูลมาได้ก็จะสามารถเห็นภาพสำคัญช่วงเกิดเหตุตามภาษากายของกำนันนกในขณะสั่งการได้ แต่ยืนยันว่าถึงไม่ได้ข้อมูลนี้มาก็สามารถจะเอาผิดกำนันนกได้อย่างแน่นอน
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบคดีฮั้วประมูลของบริษัทเครือข่ายของกำนันนกนั้นก็พบข้อพิรุธในหลายประเด็น โดยบริษัทของกำนันนกนั้นเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2540 เข้าร่วมประมูลงานก่อสร้าง 1,527 โครงการ ชนะประมูล 1,314 โครงการ หรือคิดเป็นร้อยละ 85 ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ในจังหวัดนครปฐม อีกทั้งบริษัทของกำนันนกก็ยังมีสถิติชนะประมูลโครงการเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่เปลี่ยนวิธีการประมูลเป็นรูปแบบที่เป็น e-bidding ตั้งแต่ปี 2558 โดยชนะในราคาที่ต่างกันเพียงหลักพันหรือหลักหมื่นบาท อีกทั้งบริษัทที่ร่วมประมูลก็ยังเสนอราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเราจะประสานงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบในประเด็นนี้ต่อไป

