หลังจากที่สื่อหลายแขนงได้เสนอข่าวพ่อเลี้ยงโหดราดน้ำร้อนลวกอัณฑะเด็กชายฯ จากนั้นตำรวจได้เชิญตัวนายธีรพงษ์ บุญฉลวย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบปากคำปากคำ ปรากฎชื่อนามสกุล เหมือนกัน กับนายช่างฯอบต.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี แล้วมีการนำภาพถ่ายมานำเสนอ ปรากฏว่าผิดคน เจ้าตัววอนขอความเป็นธรรม ผู้เสนอข่าวต้องออกมารับผิดชอบตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่เด็กชายวัย 5 ขวบ ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ ได้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลปทุมธานี ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายธีรพงษ์ บุญฉลวย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบปากคำที่สภ.ธัญบุรี และได้นำตัวไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลธัญรักษ์พบว่าในตัวนายธีรพงษ์ บุญฉลวย มีสารเสพติดในตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ส่วนข้อหาทำร้ายลูกเลี้ยงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกาย แต่ทางผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายธีรพงศ์ บุญฉลวย ผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อดำเนินคดีแล้ว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายธีรพงษ์ บุญฉลวย อายุ 32ปี อยู่บ้านเลขที่ 61หมู่ที่ 7 บ้านโนนค้อ ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันเป็นนายช่างโยธาชำนาญงาน อบต.นาตาล จ.อุบลราชธานี ว่า หลังจากที่สื่อหลายแขนงได้ประโคมข่าวพ่อเลี้ยงโหดราดน้ำร้อนลวกอัณฑะเด็กชายฯ จากนั้นไม่นาน จนท.สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตัวจริงได้ ปากฎชื่อนามสกุล เหมือนกัน กับนายช่างฯอบต.นาตาล จ.อุบลราชธานี แล้วมีการนำภาพถ่ายมานำเสนอ ปรากฏว่าผิดคน เจ้าตัววอนขอความเป็นธรรม ผู้เสนอข่าวต้องออกมารับผิดชอบและแก้ไขข่าวให้ด้วย เพราะได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทราบเรื่องครั้งแรก คุณพ่อซึ่งมีอายุ 77 ปี โทรมาถามว่า มีข่าวในทีวีหลายช่องออกข่าวว่า ตนเป็นพ่อเลี้ยงโหดราดน้ำร้อนลวกอัณฑะเด็กชายฯ ทำให้พ่อไม่สบายใจ เนื่องจากเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว อีกทั้งก็ได้มีญาติ พี่น้องและอีกหลายๆคน โทรมาถามถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าว
“เรื่องนี้ ตนไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ได้เข้าตรวจค้นตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็พบว่ามีภาพของตนติดประกอบกับข่าวจริง รู้สึกตกใจมาก ขณะเดียวกันชาวโลกโซเซียลก็ได้พากันด่ายับ ทำให้ได้รับความอับอายและเสียหายเป็นอย่างมาก จากนั้นตนก็ได้นำเรื่องเข้าปรึกษากับนักกฎหมายเพื่อให้ช่วยเหลือในกรณีที่จะเรียกความยุติธรรมกลับคืนมา ผมต้องการอยากมีที่ยืนในสังคมนี้ด้วยดีเช่นเดิมครับ ทำแบบนี้นับเป็นการตัดสินกันแค่ปลายนิ้วไม่ได้มีการไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ก่อนที่จะนำเสนอข่าว สื่อที่นำเสนอต้องออกมารับผิดชอบ” นายธีรพงษ์ กล่าว

