บิ๊กโจ๊ก รู้ตัว ‘คนสั่ง’ แล้ว แต่ไม่อยาก ‘ทุบหม้อข้าวตัวเอง’ ลั่นถ้าเปิด ตายยก ‘สนง.ตำรวจ’
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นเรื่องการให้เงินนักข่าวบางสำนักนั้น ว่า ตนเป็นผู้ให้จริง และนักข่าวที่ไปกับตนเวลาไปทำข่าวหลายๆวัน พวกนี้เขามีทีมเลยให้ 10,000 บาท ต่อจำนวน 4-5 วัน ซึ่งไม่ได้มากและทุกครั้งที่ให้เขาก็บอกว่าทางช่องให้แล้ว พวกนี้เขาไม่เคยมาขอเงินตนเลย แต่ตนเลี้ยงอาหารกลางวัน นักข่าวที่มาทำข่าวที่สโมสรตำรวจ มีลูกน้องที่ต้องเลี้ยงอาหารกลางวัน วันละ 200 กล่อง ตกเดือนละ 250,000 บาท ซึ่งเป็นเงินถูกกฎหมาย เป็นเงินส่วนตัวของตน
ดังนั้นนักข่าวมา ตนเลี้ยงหมดเบิกหลวงไม่ได้ เพราะมีงบจำกัด ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพมันดี ก็อำนวยความสะดวกแก่คณะทำงาน และคนที่ไว้วางใจเข้ามาร้องทุกข์ไม่ได้เข้า ตร. เพราะมันแน่นที่จอดรถก็ไม่มี อีกทั้งยังไม่ได้คุยกับนักข่าวที่จะโดนหมายจับเลยทั้ง 4 ราย พร้อมยืนยันว่ามันไม่ใช่สินบน เงินที่ซื้อข้าวก็ไม่ใช่เงินจากเว็บพนัน
เมื่อถามว่าตั้งแต่ลูกน้องได้ประกันตัว ทั้งหมดได้โทรศัพท์มาพูดคุยหรือขอโทษมั้ยที่ทำให้เดือดร้อนไปด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าได้พบหมดแล้ว บางคนก็ขอโทษ แต่ตนไม่ได้ตำหนิ บางอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา อันไหนที่เขาไม่ผิดก็ต้องดูแล อันไหนผิด เขาก็ต้องไปพิสูจน์ แต่รายละเอียดยังไม่ได้พูดตรงๆ เพราะเมื่อวันที่ 26 ก.ย. พบกันก็ดึกแล้ว เดี๋ยววันนี้จะมีการพูดคุยกัน
ทั้งนี้รู้ว่าใครเป็นคนดำเนินการกับเรื่องราวทั้งหมด รู้ว่าใครเป็นคนสั่ง แต่ไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง ไม่อยากให้ลูกน้องที่ไม่เกี่ยวข้องเขาเดือดร้อน ได้มีทางเดิน ถ้าทุบหม้อข้าวตัวเอง คงตายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตนถึงไม่เปิดรายละเอียดทั้งหมด
ขณะที่ ทนายอนันต์ชัย เสริมว่าสื่อมวลชนโดยหลักการ แล้วเขาได้เงินจากสถานีอยู่แล้ว แต่น้ำใจเล็กๆน้อยๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน สินน้ำใจพวกนี้ไม่ใช่การให้สินบน เป็นสิ่งที่ให้ด้วยความสมานฉันท์ที่ดีจึงถามว่าจะผิดข้อหาอะไร นักข่าวรับสินบนหรือ แต่ให้เพราะเป็นสินน้ำใจ แล้วจะดำเนินคดีข้อหาอะไร ดังนั้นพนักงานสอบสวนที่จะเล่นนักข่าวถ้าใครโดนบอกตนเดี๋ยวตนช่วยเอง

