เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.8 บก.ทล., พ.ต.ท.ฐิติวัส แซมเขียว รอง ผกก.8 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ปรัชญา กัมลาศพิทักษ์ สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. ร.ต.อ.จรัญ ทองอินทร์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.8 บก., ด.ต.เปรมวิศุทธ์ พัฒนอติพงศ์ และ จ.ส.ต.จตุพร บุญสม ผบ.หมู่ ส.ทล.2. กก.8 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นายกิตติเมธี (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับ : ศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.501/2566 ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 ได้ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี
สืบเนื่องมาจากกรณีลูกน้อง “กำนันนก” ยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ “สารวัตรศิว” เสียชีวิต ระหว่างงานเลี้ยงภายในบ้านพัก เมื่อคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีนายตำรวจ 6 นาย มีหลักฐานว่าให้ความช่วยเหลือนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก และถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยปัจจุบันผู้ต้องหาทั้ง 6 นาย ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กันยายน ญาติตำรวจทั้ง 6 นาย ร้องเรียนผ่าน ภ.จว.นครปฐม ว่ามีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม ระดับรองผู้บัญชาการเรือนจำ ติดต่อมายังญาติตำรวจ เพื่อเรียกเงินคนละ 7,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าแรกเข้า ค่าอาหาร ตลอดจนเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ ซึ่งญาติผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย หลงเชื่อจึงโอนเงินไปคนละ 7,000 บาท รวมเป็นเงิน 42,000 บาท จนทราบว่าถูกหลอก เนื่องจากไม่ได้มีการนำผู้ต้องหาไปควบคุมที่เรือนจำจังหวัดนครปฐมแต่อย่างใด และไม่สามารถติดต่อไปยังหมายเลขของคนร้ายได้อีก จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อขอให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ที่ทำการหลอกลวงอ้างตนเป็น รอง ผบ.เรือนจำ คือนายกิตติเมธี พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณ อ.เมือง จ.ลพบุรี ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ถึงปัจจุบัน พบว่าเคยถูกแจ้งความดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ฉ้อโกง ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ลักทรัพย์ ฯลฯ มากกว่า 30 คดี ส่วนมากเป็นในเขตพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ จ.ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และนอกจากนี้ทาง บก.สส.ภ.1 จับกุมตัวนางทัศนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.501/2566 ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 ในข้อหาเดียวกันกับนายกิตติเมธี โดยนางทัศนัยเป็นเจ้าของบัญชีม้า ที่ทางญาติตำรวจได้โอนเงินเข้าไป ส่วนนายกิตติเมธีเป็นคนโทรหาญาติและทำการหลอกลวงจนญาติตำรวจหลงเชื่อ โดย บก.ทล. และตำรวจภูธรภาค 7 อยู่ระหว่างการขยายผล เพราะเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

