หัวหน้าชุดค้นบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่กังวล ม.157 ปัดปิดบังศาล ไม่ใช้ยศ ตร.ตอนขออนุมัติหมายจับ

27.09.23 | 14:39 น.

หน.ชุดค้นบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่กังวลโดนฟ้องกลับ ม.157 ย้ำคดีทำถูกทุกขั้นตอน


เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) หรือ PCT ชุด 4 กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นบ้านพัก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ว่า อยู่ระหว่างสืบสวนของพนักงานสอบสวนซึ่งคณะทำงานประชุมหารือเพื่อขยายผลต่อจากกลุ่มผู้ต้องหาที่มีการจับกุมก่อนหน้า สำหรับการเรียก เฮียแต๋ม และ ภรรยา ที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นเจ้าของบ้านที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เช่าให้ผู้ใต้บังคับบัญชาพักอาศัยมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาบัญชีม้าที่ถูกจับกุมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

เมื่อถามถึงข้อมูลที่ระบุว่า มีบุคคลในครอบครัวเฮียแต๋มอยู่ในชุดทำงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ยังไม่รู้ข้อมูลส่วนนี้ แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานขยายผลต่อไปจนทราบข้อเท็จจริงขณะนี้ยังคงยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ 8 นาย ยังคงให้การที่ไม่เป็นประโยชน์กับพนักงานสอบสวนและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต่อไปที่จะต้องสืบหาข้อเท็จจริง

สำหรับการเรียกสอบ กลุ่มสื่อมวลชน พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ให้มองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มพลเรือน ซึ่งมีบางรายที่มีข้อมูลว่าเป็นสื่อมวลชน หรือรู้เองในวงการ จะเรียกสอบในฐานะที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า กลุ่มผู้ต้องหาที่มีการจับกุม ส่วนการรับเงินโดยตรงจากบัญชีอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีก็ถือว่าไม่ได้มีความผิด

Advertisement

เมื่อถามถึงความกังวลใจกรณีรอง ผบ.ตร.ตั้งชุดทนายความเพื่อเตรียมฟ้องกลับชุดจับกุมว่าทำหน้าที่โดยไม่ชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ประการแรกต้องให้ความเป็นธรรมกับชุดสืบสวนสอบสวนและจับกุมก่อน ยืนยันว่าในทุกขั้นตอนและกระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักขั้นตอนของกฎหมาย

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ตามปกติแล้วหากมีผู้ต้องหา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องการยื่นฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหา ม.157 ก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของบุคคลเหล่านั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็ต้องมั่นใจว่าทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ครบถ้วน รอบคอบ ขอย้ำว่าคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ไม่ได้กระทำแค่วานนี้ แต่เป็นการกระทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ของ บอสตาล และ มินนี่ จึงเชื่อได้ว่าชุดทำงานมีข้อมูลหลักฐานที่รัดกุม

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวถึงการออกหมายจับ 8 นายตำรวจที่ในหมายไม่มีการระบุยศของข้าราชการตำรวจ แต่เป็นการใส่คำนำหน้า “นาย” ว่า ในส่วนนี้ตามข้อกฎหมายไม่ได้ระบุว่า จะต้องใส่ตำแหน่งหน้าที่การงาน เพียงแต่ให้ใส่ในส่วนของชื่อและรูปพรรณ ตนสอบถามชุดจับกุมแล้วทราบว่าได้ให้การต่อศาลในขณะออกหมายจับว่าบุคคลตามหมายประกอบหน้าที่อะไร ไม่ได้มีการปิดบัง และการออกหมายเป็นการอนุมัติตามพยานหลักฐานที่มีเป็นหลัก ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชุดทำงานออกหมายจับตำรวจด้วยการใช้สรรพนามว่า “นาย” แต่สำหรับการทำงานมองว่าการดำเนินคดีกับบุคคลที่ประกอบอาชีพเป็นตำรวจบางครั้งก็ต้องยึดเกียรติอาชีพหน้าที่ การตัดสินใจไม่ใช้ยศตำรวจถือเป็นการป้องกันเกียรติยศศักดิ์ศรีความเป็นตำรวจ

เมื่อถามถึงกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่าทำไมเรื่องของตำรวจไม่จัดการภายในองค์กรก่อน ต้องทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวย้ำว่า ไม่ว่าตำรวจชุดไหน กลุ่มไหน หากเป็นผู้ต้องหาที่มีการกระทำความผิดองค์กรตำรวจก็จะไม่ปกป้อง ถ้าตำรวจทำผิดก็จะต้องดำเนินคดี ถ้ามีการไปคุยกันเองก่อนจะดำเนินคดีอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

ถามว่า หากหลังจากนี้จะมีกลุ่มผู้ต้องหาออกมาแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อประชาชนจะถือเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จนพนักงานสอบสวนต้องขอยื่นคัดค้านการประกันหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ต้องดูพฤติการณ์และเจตนาของการกระทำ หากเป็นการชี้นำและทำให้พยานหลักฐานในคดีกระทบ พนักงานสอบสวนก็จะใช้ดุลพินิจเพิกถอนการประกันตัวชั่วคราว แต่หากเป็นการแสดงความคิดเห็นตามปกติก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของบุคคลนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง