ชัชชาติ คาดอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนซ่อมเสร็จอีก 2 ปี บรรเทาน้ำท่วมบางนา-พระโขนง
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงแนวทางรับมือหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ
นายชัชชาติกล่าวว่า ปีนี้ปัญหาที่หลายประเทศพบคือฝนตกหนักเป็นหย่อมบางพื้นที่ เกี่ยวเนื่องสภาวะโลกร้อน สำหรับเมื่อวานนี้ได้รับผลกระทบจากมรสุมที่พัดมาจากประเทศเวียดนามตอนกลาง ลักษณะตกเป็นหย่อม ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ที่ เขตบางนา และ พระโขนง ประมาณ 140 มิลลิเมตร โดยเฉพาะเขตบางนา ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาฝนตกไปแล้วรวมกว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้น้ำท่วมบริเวณซอยสุขุมวิท 103, 101/1, 62 และบางส่วนที่ซอยสรรพาวุธ โดยเวลา 00.00-04.00 น. น้ำจึงแห้งทั้งหมด ถือว่าแห้งเร็วเมื่อเทียบกับปริมาณฝน
นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อคืน กทม.ให้บริการรถรับส่งประชาชนประมาณ 10 คัน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจุดที่มีปัญหาต้องแก้ไขคือ ซอยสุขุมวิท 66/1 เมื่อสูบน้ำในพื้นที่ออกทำให้น้ำไปท่วมบริเวณอื่น ชาวบ้านเดือดร้อน จึงต้องหยุดสูบ และทบทวนว่าจะสูบน้ำทำอย่างไรไม่ให้กระทบชาวบ้านจุดอื่น รวมถึงการหาแนวทางเยียวยาประชาชนในจุดที่มีน้ำท่วมนาน เช่น ถนนสรรพาวุธ ปัจจุบันยังมีตกค้างอยู่บ้าง ส่วนในวันนี้เฝ้าระวังฝนตกที่ เขตลาดกระบัง และ เขตบางเขน
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางจัดการคือให้กำลังพลในหน่วยที่ไม่พบน้ำท่วมมาช่วยหน่วยที่น้ำท่วม จึงสั่งให้มีจุดรวมพล 6 จุด ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยมอบหมายให้ นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัด กทม. เป็นผู้ควบคุมศูนย์ ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ดี และอาจต้องทำต่อไปอีกประมาณ 2-3 วัน ตามสถานการณ์ฝนในช่วงนี้
“สถานการณ์ฝนเมื่อคืนนี้มีลักษณะตกแช่ในจุดเดียว 2-3 ชั่วโมง ประมาณ 140 มิลลิเมตร 2 วันใกล้เคียงกันใน 1 สัปดาห์ จึงต้องเตรียมตัวในระยะยาว รวมถึงเรื่องการปรับปรุงโครงสร้าง เช่น ซอยสุขุมวิท 101/1 อยู่ระหว่างซ่อมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเพื่อรับน้ำ คาดว่าใช้เวลาซ่อมอีกประมาณ 2 ปี ทำให้การระบายน้ำบริเวณซอยสุขุมวิท 101/1, 103, 66/1, 62 มีปัญหา เชื่อว่าซ่อมเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดรวมพลเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในจุดเสี่ยงน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย 1.พื้นที่กรุงเทพเหนือ ณ สำนักงานเขตหลักสี่ 2.พื้นที่กรุงเทพกลาง ณ สำนักงานเขตดินแดง 3.พื้นที่กรุงเทพใต้ ณ สำนักงานเขตบางนา 4.พื้นที่กรุงเทพตะวันออก ณ สำนักงานเขตมีนบุรี 5.พื้นที่กรุงธนเหนือ ณ สำนักงานเขตบางพลัด 6.พื้นที่กรุงธนใต้ ณ สำนักงานเขตบางแค โดยบูรณาการสรรพกำลังจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา เช่น การอำนวยการจราจรและรับส่งประชาชนโดยสำนักเทศกิจ บริการซ่อมรถฉุกเฉินโดยกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง จัดทำทางเดินชั่วคราวโดยสำนักการโยธา เป็นต้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

