เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 สืบสวนเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย สืบเนื่องจากผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครทำงานออนไลน์ผ่านเซฟบุ๊กอ้างทำงานง่ายรายได้ดี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงสมัครทำงาน โดยคนร้ายออกอุบายให้นำเงินมาซื้อสินค้าโดยอ้างว่าเพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้านั้นๆ โดยผู้เสียหายจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่นจากการลงทุนดังกล่าว ซึ่งทำผ่านแพลตฟอร์มปลอมที่ถูกสร้างขึ้นชื่อบริษัท Primal Company Limited ผ่านเว็บไซต์ primalthai.com ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารคนร้าย โดยช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาคนร้ายจะอ้างเงื่อนไขต่างๆ ถึงจะถอนเงินได้ เช่น ต้องโอนขั้นต่ำตามที่คนร้ายกำหนด โอนค่าดำเนินการ โอนค่าภาษี เป็นต้น จนสุดท้ายโอนเงินไปหลายครั้งตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน รวมทั้งสิ้น 1,713,617.80 บาท จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง
ต่อมา พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกันลงพื้นที่จนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องและติดตามจับกุมนายธรรมรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาที่เป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้บริเวณบริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น เพียงแค่โดนคนแถวบ้านหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยได้รับค่าจ้างในราคา 500 บาทเท่านั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 เพื่อดำเนินการต่อไป

