ชัชชาติ สัญจรเขตตลิ่งชัน ดันตลาดน้ำ เป็น Soft Power สนองนโยบายรัฐบาล เตรียมยกคุณภาพตลาดสร้างความมั่นใจกับนักท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานเขตตลิ่งชัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นางลักขณา ภักดีนฤนาถ ส.ก.เขตตลิ่งชัน, นางชดาวรรณ ป่าไม้ ผอ.เขตตลิ่งชัน และคณะ ร่วมกิจกรรม “ผู้ว่าฯ กทม. สัญจรเขตตลิ่งชัน” เพื่อประชุมเรื่องการบริหารจัดการ ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต รับฟังปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงาน ความก้าวหน้าการดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม.
นายชัชชาติเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เขตตลิ่งชัน เป็นเขตขนาดใหญ่ 32 ตร.กม. มีประชากรเกือบ 1 แสนคน ซึ่งพบปัญหาศูนย์บริการสาธารณสุขมีขนาดเล็ก จึงต้องมีการก่อสร้างใหม่ จะมีการเพิ่มสวนสาธารณะ
นายชัชชาติกล่าวว่า ลักษณะที่เด่นของเขตตลิ่งชัน ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลคือในเรื่อง Soft Power ซึ่งจะได้ผลักดันตลาดน้ำในพื้นที่ ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 แห่ง คือ ตลาดน้ำสองคลอง ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดน้ำวัดสะพาน ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาในเรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งต้องพัฒนาเชื่อมต่อกันให้มากขึ้น ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถและเรือ กทม.จึงได้จัดรถ Suttle Bus วิ่งเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จากสถานีบางขุนนท์ ไปยังตลาดน้ำแต่ละแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแล้ว
นายชัชชาติกล่าวว่า แต่ข้อกังวลในขณะนี้คือเรือที่ต้องรอการเปิดประตูน้ำ เพื่อเข้าในคลอง บางครั้งมีเรือรอจำนวนมาก จึงได้ให้สำนักการระบายน้ำเข้าไปดูเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น และตลาดน้ำตลิ่งชันเองก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 40% ในการประชุมร่วมกับคณะทำงานการขับเคลื่อน Soft Power กลุ่มย่อยวันพรุ่งนี้ก็จะมีการหารือเรื่องนี้พร้อมกับเรื่อง Winter Festival ด้วย
“ตลิ่งชันเป็น Soft Power สำคัญ เพราะมีตลาดชุมชน คนตัวเล็กตัวน้อยรากหญ้ามาขายของ อนาคตจะเกิดเป็นเศรษฐกิจของชุมชน หน้าที่เราคือการพัฒนาจุดนี้ และได้เน้นย้ำไปแล้วว่าให้พัฒนาเรื่องคุณภาพ เพราะตลาดมีการแข่งขันสูง ควบคู่ไปกับการเดินทางที่สะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายวสันต์ ภัทรอธิคม ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) กล่าวถึงภาพรวมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ในพื้นที่เขตตลิ่งชันว่า พื้นที่เขตตลิ่งชันมีการร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue กว่า 6,000 เรื่อง เฉลี่ยเดือนละ 370 เรื่อง หรือวันละ 13 เรื่อง โดยเขตตลิ่งชันใช้เวลาในการรับเรื่องได้เร็วขึ้น 96 % หรือ 24 เท่า เดิมใช้เวลา 48 วัน ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 2 วัน ทั้งนี้ปัจจุบันฝ่ายต่างๆ มีการรับเรื่องภายในหน่วยงานเพียง 1 วัน ซึ่งถือว่าเร็วมาก
สำหรับเรื่องร้องเรียนจำนวน 55% เป็นการแจ้งนอกเวลาราชการ วันเสาร์-อาทิตย์ จะมีคนแจ้งเรื่องมากที่สุด โดยจะแจ้งในช่วงเวลา 08.00-09.00 น. ประเภทปัญหาที่มีการแจ้งคงที่ ได้แก่ ความปลอดภัย และขยะ ส่วนปัญหาที่มีการแจ้งเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทางเท้า จราจร ถนน ไฟฟ้า และความสะอาด
นายวสันต์กล่าวว่า ภาพรวมระยะเวลาการแก้ปัญหาเฉลี่ยแต่ละเดือน เดิมใช้เวลา 96 วัน ปัจจุบันเหลือเพียง 5 วัน ถือว่าเร็วขึ้น 95% หรือ 19 เท่า ผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่ให้ดาวผ่านระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ เดิม 3.79 เพิ่มขึ้นเป็น 4.03 แสดงว่าประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ไขของเขต โดยเฉพาะในช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจเกิน 4 ซึ่งเสียงชื่นชมที่ประชาชนสะท้อนมา คือเขตทำงานได้ดี รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่สุภาพ และมีมารยาท
อย่างไรก็ตามเขตลิ่งชันถือว่าเป็นเขตที่น่าสนใจ เพราะหน่วยงานภายนอกหรือหน่วยงานส่งต่อเรื่องได้รับความพึงพอใจมาก (ไฟฟ้า ประปา) สูงกว่าเขตอื่น ซึ่งอาจหมายถึงว่ามีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเป็นอย่างดี
ต่อมานายชัชชาติ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับบุคลากรของสำนักงานเขตตลิ่งชัน จำนวน 5 ราย ได้แก่ น.ส.สุวรรณี ฐิติถาวรนันท์ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) น.ส.วริษฐา ทับเพรียง ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) นางรุ่งนิรันดร์ นวมวิจิตร ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ นายนฤเทพ สุวรรณากาศ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) นายอาณาเขต อาจหาญ ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) สำหรับรายการอาหาร ประกอบด้วย เกาเหลาเนื้อ/หมู ข้าวเปล่า ต้มยำปลากะพง หมูกรอบ กล้วยแขก


