หน้าแรก ในประเทศ เสียดายงบ 12 ...

เสียดายงบ 12 ล้าน! จี้อุตรดิตถ์ฟื้นศูนย์แสดงสินค้าโอท็อป หลังถูกทิ้งร้างกลายเป็นแหล่งมั่วสุม

9.01.17 | 11:50 น.
วันที่ 9 มกราคม นายไสว อิ่มซิว สมาชิกสภาเทศบาลตำบล (ทต.) ป่าเซ่า เขต 1 อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ปัญหาการบุกรุกที่ดินบริเวณบึงกะโล่ ต.ป่าเซ่า และ ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ ถูกปล่อยปละละเลยมานานมากแล้ว ไม่มีหน่วยงานใดที่จะสามารถแก้ไขให้เป็นรูปธรรม จนเกิดความขัดแย้งกันขึ้นระหว่างประชาชน ญาตินักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกเข้าไปยึดครองโดยไม่ถูกต้องกับประชาชนที่หวงแหนไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ขณะเดียวกันมีสถานศึกษาแห่งหนึ่งเข้าไปบุกรุกใช้อำนาจตัวเองจัดสรรที่ดินให้กับประชาชนเข้าไปหากินแบบมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพราะทำในนามของสถาบันการศึกษา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งที่ดินและปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ก็ยังไม่สามารถเข้าไปจัดการให้ถูกต้องได้
นายไสวกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วเป็นเหมือนสิ่งทิ่มแทงใจประชาชนอย่างยิ่งคือ อาคารศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อปของ จ.อุตรดิตถ์ เป็นอาคารทรงไทยแต่ก่อสร้างด้วยคอนกรีต 4-5 หลังใหญ่น้อยลดหลั่นกันลงไป มีระบบสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าประปาครบครัน รวมมูลค่ามากกว่า 12 ล้านบาท ในการก่อสร้างมีขึ้นราวปี 2547 เพื่อให้เป็นศูนย์โอท็อปของจังหวัด แต่หลังจากก่อสร้างแล้วกลับไม่มีสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียวมาแสดง แต่กลับกลายปล่อยให้เป็นอาคารร้าง ไม่มีการเข้าไปดูแลแต่อย่างใด จนถูกกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนอง วัยรุ่นที่ติดยาเสพติดเข้าไปยึดครองเป็นสถานที่มั่วยาเสพติด ระบบสาธารณูปโภคทั้งหลอดไฟฟ้าถูกทุบทำลายเสียหลายทั้งหลัง หลังคาเปิด พื้นอาคารสกปรกรกรุงรัง วัชพืชขึ้นปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นอาคาร
201701091102462-20021028190440
“เดิมอาคารแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก่อสร้างโดยใช้งบประมาณของจังหวัด แต่หลังก่อสร้างเสร็จก็เร่งรีบถ่ายโอนอาคารให้อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ แต่ก็ไม่ใช้ประโยชน์เพื่อการสิ่งใดเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณก่อสร้าง ซึ่งเหมือนเป็นการโยนเผือกร้อนมาให้ อบจ.อุตรดิตถ์ขณะนั้น ต่อมามีพระสงฆ์สายปฏิบัติจากวัดแห่งหนึ่งเข้าไปใช้ประโยชน์ มีการปรับปรุงพัฒนาโดยพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าว แต่ต่อมาผู้บริหาร อบจ.อุตรดิตถ์ เห็นว่าพระสงฆ์กลุ่มนี้จะเข้าไปยึดครองจึงไล่พระสงฆ์ออกไปท่ามกลางการคัดค้านของประชาชนกลุ่มหนึ่ง จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีการใช้ประโยชน์อีกเลย ดังนั้นเมื่อ อบจ.อุตรดิตถ์ ไม่ใช้ประโยชน์จึงอยากให้ทางจังหวัดเข้าไปใช้ประโยชน์แทน เพราะเสียดายงบประมาณที่ลงไปไม่เกิดประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย” นายไสวกล่าว