ศาลนัดตรวจหลักฐาน ‘แอม ไซยาไนด์’ แม่ก้อยขอให้พูดความจริง จ่อยื่นค่าเสียหาย 31 ล.

2.10.23 | 11:16 น.

ศาลนัดตรวจหลักฐาน ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีฆาตกรรมก้อย ทนายเดชา เตรียมยื่นค่าเสียหาย 31 ล้าน 


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลตรวจพยานหลักฐานในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น และอีกหลายฐานความผิด, พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีของแอม และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณรัตน์ ทนายความของนางแอม จำเลยที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันทำลายหลักฐาน เพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เบิกตัว น.ส.สรารัตน์ มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความได้เดินทางมาศาลพร้อมกับแม่ของ น.ส.ก้อย, นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ โดยกล่าวว่า วันนี้ไม่มีความกังวลในการนัดตรวจพยานหลักฐาน เพราะได้ศึกษาสำนวนและคำฟ้องของพนักงานอัยการมาโดยละเอียด โดยในวันนี้จะยื่นคำร้องขอเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนประมาณ 31,000,000 บาท ให้กับแม่ของ น.ส.ก้อย เช่น ค่าปลงศพ และจะตั้งทนายเพื่อยื่นคำร้องเรียกค่าไร้อุปการะให้กับลูกวัย 10 ขวบของผู้ตายอีกคดีหนึ่งด้วย

Advertisement

สำหรับคดีนี้ จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ฆ่าชิงทรัพย์โดยการวางยาหรือใช้สารพิษเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งบรรยายฟ้องของพนักงานอัยการได้ระบุพฤติการณ์ความผิดของจำเลยทั้งสามคนไว้ชัดเจน โดยจำเลยที่ 2 คือ พ.ต.ท.วิฑูรย์เป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินในคดี จะไปขอคำปรึกษาจากจำเลยที่ 3 คือทนายพัช จึงได้พูดยุยงให้มีการทำลายพยานหลักฐาน เพื่อให้จำเลยที่ 1 หลุดจากคดี โดยกล่าวว่า “ถ้าจะสู้ให้สุดก็ต้องไม่ปรากฏของกลางและมีคดีที่ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีของกลาง ส่วนคดีนี้ก็ควรทำให้ไม่มีของกลาง”

อย่างไรก็ตาม ไม่มีความกังวลในวันนี้เนื่องจากพยานหลักฐานมีความชัดเจนทั้งนิติวิทยาศาสตร์ ผลการชันสูตรพลิกศพ และวัตถุพยาน ถือว่ามีความแน่นหนา แต่เป็นห่วงแทนฝั่งจำเลยมากกว่าที่พยานหลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ แต่จะยังคงยืนกรานต่อสู้คดี อย่างไรก็ตามหากการเปิดพยานหลักฐานวันนี้มีชัดเจน จำเลยอาจให้การรับสารภาพได้ และศาลอาจลดโทษจากประหารชีวิตคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่หากจำเลยยังไม่ให้การรับสารภาพ และต่อสู้ในชั้นศาลอาจจะใช้เวลาอีกประมาณ 3-4 ปี เนื่องจากมีพยานหลักฐานในคดีจำนวนมาก

ด้าน นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะผู้เสียหายได้รับความเสียหายมามากแล้ว แต่ฝากไปถึงทนายของคู่กรณีอยากให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่เสียดแทงใจญาติของผู้เสียหายและอยากให้สงบปากสงบคำมากกว่านี้ และคำนึงถึงมรรยาททนายความด้วย ส่วนผลทางคดีนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ความเป็นธรรมของศาลแต่เบื้องต้นผู้กระทำผิดก็ได้รับผลกรรมแล้ว

ด้าน นางทองพิน อายุ 63 ปี แม่ น.ส.ก้อย เหยื่อในคดีนี้ บอกว่า ไม่มีความหนักใจในคดีนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่อยากให้ทางจำเลยพูดความจริง ทุกอย่างจะได้จบลง แต่ช่วงเช้าวันนี้ก็ได้จุดธูปเชิญ น.ส.ก้อยขึ้นรถมาด้วย