เครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินขบวนยื่น 10 ข้อ ถึงชัชชาติ จัดการที่ดินสาธารณะ กทม.
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ลานคนเมืองมหานคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สำนักข่าวราษฎร ได้ถ่ายทอดสดบรรยากาศ กลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค (4 Regions Slim Network) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P Move) และเครือข่ายอื่นๆ จัดกิจกรรม “เดินเพื่อบ้าน” เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เริ่มตั้งขบวนจากลานคนเมือง ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงคมนาคม องค์การสหประชาชาติ และทำเนียบรัฐบาลตามลำดับ
โดยข้อเสนอต่อกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1.ให้กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานการขอใช้ที่ดินสาธารณะและที่ดินของหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ชุมชนจัดสร้างที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีโครงการบ้านมั่นคงขององค์กรพัฒนาชุมชนเข้ามาสนับสนุน 2.กรุงเทพมหานครต้องหยุดใช้กฎหมาย ปว.44 ที่มาจากอำนาจเผด็จการและลิดรอนสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรมและให้มีการยกเลิกกฎหมาย ปว.44
3.สร้างมาตรการที่ชัดเจนให้ประชาชนสามารถสร้างความมั่นคง ปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ 3.1 ต้องเป็นชุมชนที่ไม่ปลูกเรือนล้ำคูคลอง หรืออยู่ในสภาพที่ขวางทางระบายน้ำ และในพื้นที่ในการปรับปรุงจัดผังที่อยู่ใหม่ให้เป็นระเบียบไม่ขวางทางระบายน้ำ 3.2 ชุมชนที่เสื่อมสภาพแล้ว ไม่สามารถใช้ในการระบายน้ำได้ ให้ชุมชนสามารถจัดผังการอาศัยอยู่ที่ดินเดิมได้
4.กรณีชุมชนที่ไม่สามารถอยู่ที่เดิมได้ ให้กรุงเทพมหานครขอใช้ที่ดินสาธารณะในเมือง เพื่อเป็นที่รองรับในการย้ายไปสร้างชุมชนใหม่ 5.กรุงเทพมหานครสำรวจชุมชนและสนับสนุนชุมชนสาธารณะริมคลองในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีองค์กร สถาบันพัฒนาชุมชน และองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหา 6.ให้ชุมชนในกรุงเทพมหานคร สามารถจดแจ้งชุมชนได้เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและแรงงานที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร ได้เข้าถึงคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน และกรุงเทพมหานครสามารถนำแผนไปใช้ในการทำแผนพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
7.ให้มีการเก็บภาษีตามการอยู่อาศัยจริงหรือตามทะเบียนบ้านของผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการ 8.จัดทำข้อมูลชุมชนในโครงการบ้านมั่นคง ในกรุงเทพมหานครร่วมกันกับสถาบันพัฒนาชุมชนกรุงเทพมหานครและองค์กรชุมชน 9.ต้องการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครในการอำนวยและจัดที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง และการพัฒนาสาธารณูปโภค 10.ให้แจ้งนโยบายสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงและประสานงานกับสำนักงานเขต ให้มีการสนับสนุนและพัฒนาแผนโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ร่วมกัน ระหว่างองค์กรชุมชน สำนักงานเขตและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องที่อยู่อาศัยก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่มีที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักแหล่ง ก็ยากที่จะพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพได้ ทั้งโรงเรียน ลูก การรักษาพยาบาล การทำมาหากิน ซึ่ง กทม.ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาก็พยายามแก้ปัญหาตรงนี้
“ต้องบอกว่า กทม.เราไม่ได้มีที่ดินของตัวเอง ที่ดินส่วนใหญ่ก็เป็นของหน่วยงานอื่น เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ดินของราชพัสดุ กรมธนารักษ์ต่างๆ หน้าที่เราก็พยายามจะดูแลพวกเราให้ดีที่สุด ฉะนั้นโครงการหลักๆ ก็จะอยู่ที่คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว ที่มีการทำบ้านมั่นคงอยู่ ก็พยายามจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มที่ อย่างกรณีคลองเตย เราคงเป็นผู้ประสานงานก็เพิ่งไปรับฟังที่คลองเตยมา เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ก็เห็นด้วยว่าเราควรมีที่อยู่ที่มีคุณภาพ พื้นที่ต้องมีขนาดที่เหมาะสม กทม.ก็จะช่วยผลักดันตรงนี้ให้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ตนคิดว่ารัฐบาลใหม่มาก็คงมีการรับฟังพวกเราได้อย่างดีขึ้น คงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเอาเรื่องนี้ไปหารือกับรัฐบาลด้วย เรามีคณะทำงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีจัดตั้งขึ้นมา ทำเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่เราได้เรียนท่านแล้วว่าต้องเอาไปดูแล
“อาทิตย์ที่แล้วก็ได้ร่วมพูดคุยกับเครือข่ายสลัม 4 ภาคแล้ว แต่วันนี้ก็มาฟังนโยบายจากพวกเราด้วย หลักๆ ที่เราเร่งทำตอนนี้ โครงการที่มีอยู่แล้วเราเร่งทำโรงการต่อ เช่น ริมคลองทั้งหลาย แต่เราต้องเห็นใจด้วยนะ บางคนอาจจะอยู่ที่ขนาดใหญ่มาก่อน เคยอยู่ที่เป็นไร่ แต่มาอยู่บ้านมั่นคงมีที่ขนาดเล็กลง ก็ต้องช่วยกันด้วยเพื่อให้ทุกคนมีที่อยู่ที่ไป บางโครงการที่ทำอยู่อาจจะช้า แต่จะเร่งให้ เช่น โครงการบึงลำไผ่ ก็จะเร่งรัดให้ตอนนี้ก็ผ่านกระบวนการไปเยอะแล้ว มีอีก 4-5 โครงการ
ถ้าเป็นที่ที่เขายังใช้ประโยชน์อยู่ในเรื่องการระบายน้ำ ก็ต้องขยับขยายหาที่อื่นการจดชุมชนที่จดไม่ได้ เนื่องจากมีไม่ครบ 100 หลังคาเรือน ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีปัญหาต่างๆ เราจะจัดโครงการพิเศษก็จะเร่งให้ เพื่อให้เราได้รับสิทธิต่างๆ ที่เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ด้านปัญหาการสาธารณูปโภค ที่พี่น้องบางคนได้ที่ดินอยู่อาศัยแล้ว แต่สาธารณูปโภคเข้าไม่ถึง ถ้าอยู่ในความดูแลของเราจะไปเร่งดำเนินการให้อย่างที่เราคุยกัน ส่วนเรื่องการเอาที่ดินแปลงใหญ่มาซอยย่อยแบ่งให้กลับไปโดนภาษีที่ดิน ทั้งแปลงใหญ่ทำให้ต้องมาเฉลี่ยจ่ายภาษาที่ดินร่วมกัน ซึ่งจะไปหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องภาษีที่ดินต่างๆ
“เราไม่ควรจะต้องจ่ายหรอก เพราะบ้านเราราคาถูก แต่ที่ดินเป็นเจ้าของเดียวคือสหกรณ์แปลงใหญ่ ทำให้เราต้องไปเสียภาษีที่ดิน ก็จะเข้าไปคุยให้ตามที่ได้คุยกับพวกเราไว้ ส่วนเรื่องห้องเช่าราคาถูก สำหรับคนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นรูปธรรมหรือว่าถาวร เราจะรวบรวมห้องเช่าราคาถูกให้ ถ้าเป็นไปได้อาจจะสร้างบนพื้นที่ กทม.หรือหน่วยงานอื่น เพื่อที่จะจัดทำห้องเช่าราคาถูกสำหรับพวกเราที่ยังอ่อนแอเปราะบางอยู่ชั่วคราว แล้วพอเข้มแข็งขึ้นก็ไปหาที่อยู่ที่ถาวรต่อไป
ส่วนคนที่ถูกรื้อย้ายแล้วไปอยู่ทะเบียนบ้านกลาง พวกนี้ก็จะเป็นปัญหาที่ขาดสิ่งต่างๆ ไปมาก เรื่องนี้ กทม.ก็จะรับไว้ให้ เห็นใจเหมือนกันนะที่เครือข่ายเครือข่ายสลัม 4 ภาค บอกว่ามีเกือบ 43,000 คน ซึ่งก็ควรมีบ้านอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง เราก็จะแก้ปัญหานี้ให้ ทางเราและเครือข่ายสลัม 4 ภาค ก็ทำงานกันอย่างใกล้ชิด เราต้องบอกว่าเราเอาจริงเอาจังนะเราไม่อยากเห็นเพื่อนๆ พี่น้องเรา ไม่มีความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย ก็อยากให้ทุกคนมีความมั่นคงและเชื่อว่าเราจะสามารถคุยกับหน่วยงานต่างๆ ได้” นายชัชชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากยื่นหนังสือต่อนายชัชชาติ ขบวนเครือข่ายสลัม 4 ภาค เดินขบวนต่อไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงคมนาคม องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้





