ด้วยรักและภักดี “ป้าบุญชอบ” มาสักการะพระบรมศพ 50 วัน เผยตั้งใจมาจนกว่าจะปิดไม่ให้กราบ

9.01.17 | 14:38 น.

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินมาเป็นวันที่ 88 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 34 โดยในวันนี้มีหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย คณะผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ พนักงานจากจังหวัดต่างๆ ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เวลา 07.00 น. นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 8 มกราคม ในการนี้ คณะผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ พนักงาน จากจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร โดยมีคณะผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ และพนักงาน จากจังหวัดตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Advertisement

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 70 ว่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั่วประเทศ ยังคงแต่งกายด้วยชุดดำสุภาพ ถือพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอก เข้าต่อแถวสักการะพระบรมศพทางประตูมณีนพรัตน์ ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม มีฝนโปรยปรายเล็กน้อย อย่างไม่ย่อท้อแม้จะต้องต่อคิวเป็นเวลานาน และต่างมีใบหน้ายิ้มแย้มแสดงความดีใจที่ได้ขึ้นกราบพระบรมศพ

นางบุญรอด ศักดิ์ศิริชัยศิลป์ อายุ 81 ปี จากย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ กล่าวถึงความประทับใจเมื่อครั้งได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวัย 10 ขวบว่า ตอนนั้นเป็นเด็กมาจากต่างจังหวัด กำลังไว้จุกบนหัว ปู่ก็พามาเที่ยวที่สนามหลวง ได้มีโอกาสรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงปั่นจักรยานมาแถวนั้น พระองค์มีรับสั่งกับมหาดเล็กว่า ให้เอาก๋วยเตี๋ยวให้จุกด้วยแล้วเสด็จฯ ผ่านไป ตอนนั้นจำได้ดีว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูที่ทานแล้วอร่อยมาก ประทับใจอย่างไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสเช่นนี้ จากนั้นก็ได้ติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์มาตลอดทางสื่อต่างๆ เห็นพระองค์ทรงงานหนัก สอนให้ประชาชนได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยมาก่อน ก็รู้สึกซาบซึ้ง

“ดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้ามากราบพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ ใจจริงอยากจะมาตั้งแต่วันแรกๆ แต่ลูกชายลูกสาวไม่ว่างพามา ก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว จนเพื่อนบ้านในหมู่บ้านจะมา จึงได้ขอตามมาด้วย ตลอดทางมีพนักงานดูแลให้ความสะดวกอย่างดี ทำให้รู้สึกประทับใจ ขนาดว่าขาเจ็บไม่สามารถนั่งพื้นได้ เจ้าหน้าที่ก็ได้จัดให้นั่งเก้าอี้ ถือเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต” นางบุญรอดกล่าว

บุญรอด ศักดิ์ศิริชัยศิลป์

ด้านนางสาวประไพศรี สายเนตร อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์สนเทศ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ที่เดินทางมาพร้อมกับคณะ อสม.เก่าของจังหวัด 2 คันรถบัส กล่าวว่า ออกมาจากอุบลราชธานีตอนบ่ายสามโมงครึ่งของเมื่อวาน ก่อนจะมาต่อแถวตั้งแต่ตี 2 เพื่อเข้าสักการะ แม้จะมีฝนตกบ้างแต่ก็อยู่ในเต็นท์ตลอดเวลา รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แต่ลงนามแสดงความอาลัย และทำพิธีที่โรงพยาบาลเท่านั้น และถือเป็นอีกครั้งที่ได้ขึ้นพระที่นั่งดุสิตฯ หลังจากเคยมากราบพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ผ่านมาได้ติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์เสมอ ประทับใจในทุกๆ อย่าง โดยเฉพาะเมื่อทรงถือแผนที่ที่ไม่มีตัวหนังสือบรรยายยาวๆ อะไร แต่ก็ทรงรู้ทุกอย่างในแผนที่ เสด็จฯออกไปทรงงานเพื่อประชาชนอย่างไม่ถือตัว พระองค์ทรงช่วยเหลือประชาชนทุกที่ ไม่เหมือนกับเราที่ทำงานก็ได้แค่สถานที่เดียว จึงได้สืบสานคำสอนเรื่องความพอเพียง อย่างการปลูกผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญคือความประหยัดอดออมที่เน้นใช้ตลอดไป

ประไพศรี สายเนตร

นางบุญชอบ ทองทิพย์สกุล อายุ 57 ปี เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซค์ส่วนตัวมาจากย่านวงเวียนใหญ่ เปิดเผยด้วยใบหน้ามีความสุขหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า มากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทครั้งนี้เป็นครั้งที่ 50 พอดี แต่ละครั้งจะเข้ากราบครั้งเดียว โดยจะมาในช่วงค่ำของทุกวัน เพื่อจะได้เข้ากราบในเวลาเช้ามืด แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ครั้งแรกๆ ที่เดินทางมาต้องรอนานก็มีอาการปวดขาบ้าง แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายเราแข็งแรงมากขึ้น เพราะได้เดินและยืนมากขึ้น เหมือนพ่อกำลังสอนให้เราอดทน และก็รู้สึกสุขใจในทุกๆ ครั้งที่มา

“ครั้งแรกตั้งใจว่าจะมากราบสักการะให้ได้ 9 ครั้ง แต่พอได้มากราบจริงๆ ความรู้สึกอยากจะมาทุกวัน เป็นความปลาบปลื้ม มีความสุข สบายใจ ทำให้นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทำเพื่อพวกเรามากมายในทุกพื้นที่แม้ว่าจะทุรกันดารแค่ไหน หลังจากกราบสักการะเสร็จก็จะไปเป็นจิตอาสาช่วยเสิร์ฟน้ำและเก็บขยะบริเวณโดยรอบของสนามหลวงก่อนกลับ ส่วนโปสการ์ดที่ระลึกและข้าวเปลือกพระราชทานที่ได้ทุกครั้ง ตั้งใจจะนำไปมอบให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวในต่างจังหวัด เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่อยากมากราบสักการะพระบรมศพ แต่มาไม่ได้ ส่วนตนเองตั้งใจจะมาในทุกวันจนกว่าจะปิดการให้เข้ากราบสักการะ” นางบุญชอบเผย

นางบุญชอบ
บุญชอบ ทองทิพย์สกุล

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 8 มกราคม หลังสำนักพระราชวังปิดเวลา 21.15 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 39,437 คน รวม 69 วัน มี 2,995,314 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,568,345.25 บาท รวม 68 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 244,272,161.75 บาท