เจ้าอาวาสบางคลาน มอบ ‘บิ๊กเต่า’ แก้ปมพิพาท ลั่นใครขวางจับหมด ไม่เว้น ‘ส.ว.กิตติศักดิ์’

3.10.23 | 14:57 น.

เจ้าอาวาสวัดบางคลาน มอบอำนาจ ‘บิ๊กเต่า’ แก้ปัญหาข้อพิพาท วางมาตรการจากเบาไปหาหนัก ใครขัดขวางเจอจับ ไม่เว้นแม้แต่ ส.ว.กิตติศักดิ์

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รรท.ผบก.ปปป. ตัวแทนเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ท. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทวัดบางคลาน

พระครูพิสุทธิวรากร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่สามารถเข้าวัดได้ จึงจำเป็นต้องมาร้องขอความเป็นธรรมกับ บก.ปปป.ให้ช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งหลังจากนี้ได้มีการมอบอำนาจให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติเข้าไปดูแลวัดเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่วัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตำรวจท้องที่ เข้าไปจัดการแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าวัดได้ เมื่อจะเข้าไปที่วัดแต่ละครั้งกลุ่มมวลชนที่ยึดวัดก็เหมือนจะรู้ตัวก่อน รีบมาปิดประตูจนเกิดการปะทะ ยิงหนังสติ๊ก ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่จนไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

“ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ให้หลังไม่นานวัดก็ถูกกลุ่มมวลชนบุกรุกเข้าไปยึดครองเช่นเดิม ดังนั้น การให้ตำรวจ บก.ปปป.เข้ามาข่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้จึงคาดหวังว่าจะสามารถจัดการได้ เพราะที่ผ่านมาเชื่อว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่จริงจัง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่เต็มที่ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งที่เป็นความผิดซึ่งหน้าก็ไม่มีการจับกุม”

พระครูพิสุทธิวรากรกล่าวต่อว่า สำหรับผู้อยู่เบื้องหลังเชื่อว่าคือนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา และอีกหลายๆ คน ซึ่งได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจ บก.ปปป.ไปหมดแล้ว ส่วนตัวเคยพูดคุยเจรจากันช่วงแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ต่อมามองว่าเจ้าตัวทำอะไรไม่จริงจัง ปล่อยปละละเลย จึงปลดออกจากคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมพูดคุยกับหลายๆ ส่วนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งลากยาวนานมากว่า 7-8 ปี หลวงพ่อเองท่านก็อยากจะจัดการปัญหาให้จบสิ้น ประกอบกับเห็นว่าตำรวจ บก.ปปป.เคยเข้าไปแก้ไขปัญหาที่วัดห้วยด้วน จ.นครสวรรค์ แล้วสามารถแก้ได้สำเร็จ จึงอยากให้ใช้โมเดลเดียวกัน โดยตั้งตำรวจ บก.ปปป. ตำรวจท้องที่ นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เข้ามาบริหารจัดการวัด แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ของวัด

“ซึ่งแนวทางมาตรการจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก โดยจะเปิดให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายเจรจาหาข้อสรุปกันก่อน ส่วนตัวอยากให้ทุกอย่างจบบนโต๊ะ แต่หากไม่สำเร็จก็คงต้องนำเอากฎหมายมาบังคับใช้ โดยจะให้หลวงพ่อถอยไป แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้บุกรุก เรื่องนี้ส่วนตัวไม่หนักใจ เพราะหากแก้ไขปัญหาไม่สำเร็จนั่นแสดงถึงความอ่อนแอของข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผ่านมามีหมายแต่ไม่สามารถทำอะไรเท่าที่ควรได้ ปัญหาจึงเรื้อรัง วันนี้เมื่อได้รับสิทธิมาแล้วจึงจะต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรม แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง จริงจัง หากมวลชนรายใดไม่เห็นด้วย ต่อต้านเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ต้องว่ากันที่กฎหมาย จับดำเนินคดีบังคับใช้อย่างเข้มงวด แต่ยืนยันว่าทางที่ดีที่สุดคือการเจรจา ดีกว่าการใช้กำลังไม่เกิดประโยชน์และดูไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา” รรท.ผบก.ทล.กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ส.ว.กิตติศักดิ์ มองว่าเป็นบุคคลคนหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้กฎหมาย ต้องรับฟังเรา ถ้าไม่ให้เกียรติกันก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะเป็น ส.ว.แต่ถ้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการหนักสุดในการแก้ปัญหาดังกล่าวคือแนวทางใด พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า มาตรการหนักสุดคือการใช้กำลังคอมมานโด หน่วยปราบจราจล เข้าควบคุมสถานการณ์ แต่สุดท้ายยังยืนยันว่าอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยการเจรจาจะเป็นผลดีที่สุด

ขณะที่นายอัจฉริยะกล่าวว่า ยืนยันว่าเจ้าอาวาสวัดปัจจุบันเองก็ได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้าน จ.พิจิตร เป็นอย่างมากเช่นกัน ไม่ใช่ว่ามีแต่คนไม่เห็นด้วย ซึ่งตนมีรายชื่อกลุ่มผู้สนับสนุนนี้เป็นหลักฐานยืนยัน ส่วนเรื่องการจะแจ้งเอาผิดเจ้าหน้าที่บังคับคดี ทนายความเจ้าอาวาสวัดจะเป็นผู้ดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง สุดท้ายอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยการเจรจา เชื่อว่าคนไทยด้วยกันพูดคุยกันรู้เรื่อง