นิสิต-ลูกค้าประจำ เห็นตรงกัน หวังห้างดัง ‘ตรวจสัมภาระเข้ม’ มีข้อความแจ้งเตือน

4.10.23 | 13:28 น.

นิสิต-ลูกค้าประจำ เห็นตรงกัน หวังห้างดัง ‘ตรวจสัมภาระเข้ม’ หมั่นเช็กเครื่องมือ-มีข้อความแจ้งเตือน

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม สืบเนื่องจากเหตุการณ์กราดยิง ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ช่วงค่ำวานนี้ (3 ต.ค.) โดยมีรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ชั้น M จนถึงชั้น 3 ของห้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้กระทำความผิด เป็นชายอายุ 14 ปี ได้สำเร็จ นอกจากนี้ ทางศูนย์การค้าสยามพารากอนก็ได้ออกหนังสือแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์อันไม่คาดคิดที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 12.00 น. ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้มาใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้า ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ ถึงกรณีของมาตรการตรวจค้นต่างๆ ว่าอยากให้มีการเพิ่มมาตรการ ให้รัดกุมมากขึ้นกว่านี้หรือไม่

น.ส.แพรชมพู เรียงรุ่งโรจน์ อายุ 18 ปี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับความมั่นใจในมาตรการที่มีในวันนี้ ยังไม่ค่อยมั่นใจมากเท่าไหร่ แต่มีความจำเป็นที่ต้องมาแถวนี้ค่อนข้างบ่อย ต้องเดินทางมาในทุกๆ วัน

“อยากให้มีมาตรการป้องกันเป็นพิเศษ ให้ปลอดภัยต่อผู้มาใช้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้จริงๆ รวมถึงการตรวจวัตถุต่างๆ ให้มีเครื่องที่ใช้งานได้มากขึ้น การตรวจวัตถุโลหะ ปืน หรือของมีคม ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถเข้าห้างสรรพสินค้าได้ง่ายเหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” น.ส.แพรชมพูเผย

Advertisement

น.ส.แพรชมพูกล่าวต่อว่า จากที่เหตุการณ์เกิดขึ้น เด็กชายผู้ก่อเหตุสามารถนำปืนเข้ามาในห้างสรรพสินค้าได้ ทั้งที่มีจุดตรวจสแกนวัตถุโลหะอยู่แล้ว ส่วนตัวคิดว่าจุดตรวจอาจจะเข้มงวดไม่มากพอ ต้องตรวจให้เข้มงวดมากกว่านี้

“มาห้างสรรพสินค้าพารากอนทุกวัน มาทั้งดูหนัง หาร้านรับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง ก็ยังสามารถมาได้ตามปกติ แต่ขอให้เข้มงวดมากขึ้น” น.ส.แพรชมพูเผย

ด้าน น.ส.อภัย ศิรประภาศิริ อายุ 18 ปี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เรื่องความมั่นใจในมาตรการตรวจวัตถุอุปกรณ์ของห้างสรรพสินค้าพารากอนนั้น จากเหตุการณ์เมื่อวาน คิดว่ามาตรการความปลอดภัย หรือการตรวจสัมภาระค่อนข้างหละหลวมมาก เพราะผู้ก่อเหตุสามารถนำอาวุธปืนเข้าไปภายในตัวห้างสรรพสินค้าได้

สำหรับวันนี้ เห็นว่ามีการตรวจค้นที่เข้มงวดมากขึ้น มีทั้งตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในและภายนอกห้างซึ่งค่อนข้างที่จะตรวจเข้มพอสมควร

“มาตรการที่อยากให้เพิ่ม คือต้องการให้ตรวจสัมภาระให้เข้มงวดมากขึ้น ละเอียด จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” น.ส.อภัยระบุ

น.ส.อภัยกล่าวอีกว่า กรณีที่ว่า มีการตรวจสัมภาระตามปกติอยู่แล้วในทุกๆ วัน แต่ผู้ก่อเหตุยังสามารถนำอาวุธปืนเข้าไปได้นั้น ตนคิดว่าปกติการตรวจสัมภาระค่อนข้างไม่เข้มงวดสักเท่าไหร่ บางครั้งก็ไม่มีพนักงานดูแล

“หลังจากนี้ต้องดูแลตัวเอง ระวังตัวมากขึ้น และลดการเดินห้างสรรพสินค้าพารากอนไปสักระยะ จากปกติมาเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าบ่อย” น.ส.อภัยเผย

ขณะที่ น.ส.มนชนก จิราภรณ์ อายุ 27 ปี อาชีพสถาปนิก เปิดเผยว่า ตนมาใช้บริการที่ศูนย์การค้านี้บ่อยครั้ง

“อยากให้มีความมั่นใจในมาตรการในการตรวจเช็กอุปกรณ์ต่างๆ ให้รัดกุมมากกว่านี้ ไม่ให้มีอุปกรณ์อันตรายเข้าไปในห้างได้”

น.ส.มนชนกกล่าวถึงสิ่งที่อยากให้มี คือมาตรการเรื่องการแจ้งเตือนต่างๆ ทั้งแอพพลิเคชั่น ทั้งการประกาศ ณ ตอนเกิดเหตุให้มากขึ้น อาจจะเป็นข้อความ SMS การแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์

“วันนี้มีมาตรการการตรวจเข้มงวดมากขึ้น รู้สึกดีมากๆ เป็นเหมือนการรีเช็กอีกรอบ ว่าจะไม่มีการนำวัตถุโลหะ หรือวัตถุอันตรายเข้าไปในพื้นที่ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อันตรายอีก” น.ส.มนชนกเผย

น.ส.มนชนกยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่มีการตรวจสัมภาระตามปกติ แต่ผู้ก่อเหตุยังสามารถนำอาวุธปืนเข้าไปได้ ว่าอาจเป็นเพราะความหละหลวม หรือเครื่องมือไม่ได้มาตรฐาน จึงควรที่จะมีการรีเช็ก เพื่อทำให้ผู้มาใช้บริการรู้สึกปลอดภัย

“ต้องตรวจเช็ก ควบคุมมากขึ้น จะได้เกิดความปลอดภัยต่อผู้มาใช้บริการ เพราะปกติมาใช้บริการห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนบ่อยครั้ง จึงอยากให้เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น” น.ส.มนชนกเผย

บรรยากาศภายในห้างสรรพสินค้าพารากอน 1 วันหลังเกิดเหตุกราดยิง