ฝนถล่มกรุง! เด็ก ป.1-ป.3 ป่วยไข้หวัดใหญ่พุ่ง กทม.จ่อฉีดวัคซีนเพิ่ม ครอบคลุมถึง ม.6

6.10.23 | 16:11 น.

กทม.เตรียมจัดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เด็กประถม พร้อมวัคซีนป้องกัน HPV ให้เด็กหญิง ป.5-ม.6 ตามนโยบายรัฐบาล

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2566 โดยมี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัด กทม. ผู้บริหารสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายชัชชาติได้แจ้งที่ประชุมว่า เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมได้หมดวาระดำรงตำแหน่งลงจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการในคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครชุดใหม่ขึ้น และวันนี้เป็นการประชุมติดตามสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้นสูงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการนำข้อมูลเรียนคณะกรรมการทราบ

ด้าน น.ส.ทวิดากล่าวว่า สำหรับการประชุมวันนี้เป็น การติดตามโรคที่มีผู้ติดเชื้อค่อนข้างเยอะ ได้แก่ โควิด-19 ฝีดาษลิง ไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย ชิคุนกุนยา ไวรัสซิกา ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสเอชพีวี และโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ไม่น่ากังวลแต่ยังเปิดให้บริการสามารถเข้ามาฉีดวัคซีนป้องกันได้ รวมถึงสถานการณ์โรคฝีดาษลิง ผู้ติดเชื้อก็ลดลงจาก 2 เดือนที่แล้ว แต่ก็ยังคงเตือนให้ระวังในกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่ม ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ระมัดระวังตัวขึ้น ในขณะเดียวกันสถานที่ต่างๆ ก็มีการทำความสะอาดดีขึ้น

ด้าน โรคไข้เลือดออก โดยสถิติเห็นสัญญาณมาตั้งแต่เดือน ก.พ.จึงมีความเป็นได้ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน จากนั้นได้เฝ้าระวังทำให้พบว่าตัวเลขสูงขึ้น และกำหนดมาตรการเชิงรุก เช่น การฉีดยุง กำจัดลูกน้ำยุงลายตามแหล่งเพาะพันธุ์ และประชาสัมพันธ์เรื่องการเฝ้าระวังอาการ ขณะนี้ตัวเลขผู้ป่วยลดลง แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เช่นกัน เนื่องจากช่วงเวลานี้ยังคงมีฝนตกอยู่ตลอด และมีบางเขตที่ยังคงมีการระบาดมากอยู่

Advertisement

น.ส.ทวิดากล่าวว่า สำหรับ โรคไข้หวัดใหญ่ ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 2 เท่าของค่ามัธยฐานเมื่อเทียบจากปีที่ยังไม่มีการใส่หน้ากากอนามัย สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะผลิตเป็นล็อตในแต่ละปีของ กทม. หลังได้รับการจัดสรรมาก็ฉีดไปกว่า 95% แล้ว

โดยเฉพาะ 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง ดังนี้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) โรคอ้วน ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ แต่ตัวเลขก็ยังมีจำนวนมากอยู่

“วันนี้จึงประชุมเพื่อหาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรที่ทำให้สามารถจัดสรรวัคซีนได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถฉีดได้มากขึ้นในปีต่อไป และ จากข้อมูลในปีนี้มีผู้ป่วยในกลุ่มเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา (ป.1-ป.3) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มีอาการรุนแรงแต่อาจนำเชื้อไปแพร่สู่กลุ่มเสี่ยงที่บ้าน ดังนั้น กทม.คาดว่าในปีหน้าจะทำการฉีดเพิ่มขึ้นในกลุ่มนี้” น.ส.ทวิดากล่าว

น.ส.ทวิดากล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุมะเร็งปากมดลูก โดยปกติ กทม. มีการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ให้กับเด็กชั้นป.5 อยู่แล้วทุกปี ยอดการฉีดกว่า 90% อีกทั้งตามนโยบายรัฐบาลต้องการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีน ดังนั้นก็จะมีการจัดสรรวัคซีนเพิ่มขึ้นเพื่อให้ครอบคลุม ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (หรืออายุ 11-20 ปี)

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ผลักดันการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี