หน้าแรก ในประเทศ ชาวนา 3 อำเภอ...

ชาวนา 3 อำเภอในพิจิตรเดือดร้อน แม่น้ำยมเริ่มแห้ง ร้องผู้ว่าฯ-ชลประทานแต่กลับเงียบหาย

10.01.17 | 10:30 น.

วันที่ 10 มกราคม สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเริ่มส่อเค้าจะแล้งหนัก ตั้งแต่ต้นปี 2560 แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล เริ่มประสบปัญหาแห้งขอดจนไม่มีน้ำ บริเวณท้องแม่น้ำกลายเป็นผืนทราย เหลือเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็กบริเวณที่เป็นหลุมลึก ประชาชนและสัตว์เลี้ยงสามารถเดินในบริเวณท้องแม่น้ำได้ ประกอบกับเกษตรกรสูบน้ำจากแม่น้ำเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการทำนา ส่งผลให้แม่น้ำยมลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนแห้งขอด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำยมบ้านลำนัง ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทบช้าง จ.พิจิตร กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จำนวนเกือบ 100 คน ได้รวมตัวกันร้องเรียนถึงความเดือดร้อนปัญหาที่เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่เกิดแห้งขอดเร็วกว่าทุกๆ ปี ทำให้เครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าของชลประทานไม่สามารถสูบน้ำช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเหมือนทุกๆ ปีได้ ซึ่งทุกๆ ปีเกษตรกรชาวนาจะทำการปลูกข้าวภายหลังน้ำลดเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากในฤดูน้ำหลากเกษตรกรชาวนาจะไม่สามารถทำนาได้ จะไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ ทดแทนก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จนก่อนหน้านี้เกษตรกรชาวนาได้ทำหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรและชลประทาน แต่เรื่องดังกล่าวยังคงเงียบไป ส่งผลให้นาข้าวของเกษตรกรชาวนาอายุประมาณ 1 เดือน จำนวนกว่าหนึ่งหมื่นไร่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งหากยังไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงลำต้นข้าวก็อาจจะทำให้ต้นข้าวเหี่ยวเฉาตายได้

นางจำเรียง ฟักกล่ำ ชาวนาหมู่ 2 ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง กล่าวว่า ชาวนามีความเดือดร้อนหนักหลังจากแม่น้ำยมแห้ง และได้ทำนาไปแล้วกว่า 1 เดือน อยากฝากให้รัฐบาลช่วยปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์มาให้กับชาวนาลุ่มแม่น้ำยม โดยในละแวกดังกล่าวมีที่นาทั้งหมดจำนวนกว่าหมื่นไร่ ถ้าหากไม่มีน้ำทำนา ข้าวที่ปลูกไว้ก็จะเสียหายตายกันทั้งหมด ซึ่งเครื่องสูบน้ำพลังไฟฟ้าก็สามารถใช้งานได้แต่ไม่มีน้ำจะให้สูบ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีการปล่อยน้ำให้แก่เกษตรกร ชาวนาหลายตำบลก็จะรอดตายกัน สำหรับในช่วงหน้าน้ำ ชาวนาไม่สามารถทำนาได้ ทำไปน้ำก็ท่วม พอท่วมไปแล้วก็ได้แจ้งความเสียหายไปแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ พอเริ่มทำนาหลังน้ำลด น้ำก็กลับมาแห้งขอดอีก ถ้าการทำนาในคราวนี้ไม่ได้ผลผลิต ชาวนาเราก็จะไม่ได้อะไรเลย ไหนจะหนี้สินที่ ธ.ก.ส.เรียกเก็บ ที่จะต้องส่งดอกถึงแม้ต้นไม่มีส่ง อีกทั้งเงินลงทุนก็ไม่มีใช้หนี้นายทุน

ด้านนายณรงค์ อิ่มฤทัย ชาวนาในพื้นที่เดียวกัน กล่าวว่า เมื่อก่อนชาวนาเคยใช้เครื่องสูบน้ำพลังไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำไปใช้ในการทำนา ตอนนี้น้ำแม่น้ำยมแห้งขอดจึงทำให้ข้าวขาดน้ำ จึงอยากขอความกรุณาให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือดูแลเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ช่วยผันน้ำลงแม่น้ำยม เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้สามารถอยู่รอด