ชัชชาติ ชี้โรงเรียน กทม.ต้องเปลี่ยนรูปแบบ เริ่มที่ครู ยก ‘การศึกษา-สธ.’ หัวใจลดเหลื่อมล้ำ

7.10.23 | 20:03 น.

ชัชชาติ เปลี่ยนโรงเรียน กทม.เป็นโรงเรียนแห่งอนาคต ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ย้ำยกระดับการศึกษา-สาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายไสว โชติกะสุภา ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ, นายดลจิตร์ เสรีรักษ์  ผอ.เขตราษฎร์บูรณะ และคณะ ร่วมกิจกรรม “ผู้ว่าฯ กทม. สัญจรเขตราษฎร์บูรณะ” เพื่อประชุมเรื่องการบริหารจัดการ ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต รับฟังปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงาน ความก้าวหน้าการดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม.

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เขตราษฎร์บูรณะเป็นเขตที่ไม่ใหญ่มากมีพื้นที่ประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 70,000 คน แต่หัวใจคือมีพื้นที่ที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร มีคลอง 34 คลอง ถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนราษฎร์บูรณะ ซอยสุขสวัสดิ์ ซอยประชาอุทิศ และถนนใต้ทางด่วนจอมทอง-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งถนนเส้นนี้มีปัญหาเป็นถนนที่เป็นของการทางพิเศษฯ ได้มอบหมายรองผู้ว่าฯ วิศณุ

นายชัชชาติ กล่าวว่า โรงเรียนที่เขตราษฏร์บูรณะมีจำนวน 6 แห่ง หัวใจของโรงเรียนคือการทำเรื่องหลักสูตรด้านคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเพราะว่าทุกโรงเรียนตอนนี้มีห้องคอมพิวเตอร์หมดแล้ว ต้องเอาห้องคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์เต็มที่ จริงๆ แล้วเนื้อหาสำหรับการเรียนต่างๆ มีเอกชนที่พัฒนาเนื้อหาต่างๆ อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่อง AI เรื่อง DATA เรื่อง Programing

ดังนั้นต้องเปลี่ยนรูปแบบของโรงเรียน กทม. ให้เป็นโรงเรียนสำหรับอนาคตที่ดี ที่ต้องเริ่มจากครูก่อน ให้ครูมีความรู้ เด็กมีความรู้ ตอบโจทย์ของสังคมและตลาดแรงงานได้

Advertisement

“เรายังยืนยันว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นเพราะไม่ว่าเราจะพูดปัญหาเรื่องความยั่งยืน เรื่องโลกร้อน ทั้งหมดทั้งปวงถ้าการศึกษาไม่ดี ถ้าคนไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้ เราไม่มีทางจะทำมิติอื่นได้ดี ดังนั้นเราต้องขับเคลื่อนด้วยการศึกษาคู่ขนานกันไป ไม่แพ้เรื่องน้ำท่วม ไม่แพ้เรื่องขยะ ไม่แพ้เรื่องรถไฟฟ้า

ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้พูดเรื่องการศึกษามาก แต่เชื่อว่าการศึกษาคือหัวใจในการเปลี่ยนเรื่องความเหลื่อมล้ำ เรื่องการสร้างความยั่งยืน ในการสร้างสังคมที่อยู่กันอย่างมีความสุขมากขึ้น สิ่งที่เน้นย้ำว่าหัวใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำของกรุงเทพฯ ได้ 2 เรื่อง คือ การศึกษา กับสาธารณสุข เพราะจะทำให้คนไม่โง่ ไม่เจ็บและจะจนน้อยลง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับ นโยบายเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นแนวทางนโยบายหลักๆ ของ กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ สำหรับทุกคน กลุ่มผู้สูงอายุถือเป็น สมบัติชาติที่มีคุณค่า เป็นผู้มีประสบการณ์ มีหลายโครงการหลายอย่างที่ทำเพื่ออำนวยความสะดวกสังคมสูงอายุ เช่น การออกแบบป้ายรถเมล์รองรับกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอยู่ระหว่างหาผู้รับจ้าง ไฟฟ้าส่องสว่าง ทางเท้า สวน 15 นาที การพัฒนาชมรมผู้สูงอายุทั้ง 50 เขต การจัดกีฬา การพัฒนาชุมชน การดูแลความปลอดภัยจากไซเบอร์ และการสนับสนุนงบประมาณสำหรับจ้างอาสาสมัครเทคโนโลยี (อสท.) ชุมชนละ 1 คน เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกท่านมีความรู้เท่าทันมิจฉาชีพและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในโลกปัจจุบัน

นอกจากนี้นายชัชชาติยังได้กล่าวถึงเรื่องความร่วมมือของ กทม. ต่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกว่า ตนได้เข้าร่วมการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 ซึ่งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ กทม. กำลังทำอยากให้มองเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยสร้างการรับรู้เพื่อให้เกิดการตระหนัก เช่น นโยบายการลดก๊าซเรือนกระจก ต้องวางเป้าหมายให้สั้นลง

“กทม. ตั้งเป้าหมายภายในปี 2030 ต้องลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 19% การเริ่มปลูกฝังกลุ่มนักเรียนในโรงเรียน และชุมชนเล็กๆ ไปสู่ชุมชนใหญ่ เช่น เรื่องการคัดแยกขยะ ลดปริมาณขยะ การใช้รถพลังงานไฟฟ้า ภาคขนส่งปรับใช้รถ EV การทำโรงบำบัดน้ำเสีย เพิ่มสวนสาธารณะ การปลูกต้นไม้ล้านต้น การทำสวน 15 นาที โดยหัวใจสำคัญคือให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม” นายชัชชาติกล่าว

ต่อมา นายชัชชาติ ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับลูกจ้างประจำของสำนักงานเขต จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายสมพงษ์ แก้วกำเนิด ลูกจ้างประจำ ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) นางสาวกัญญา มุ่งพึ่งกลาง ลูกจ้างประจำ ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (กวาด) นางสาวอุษา เกิดบริบูรณ์ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (กวาด) นางกนกพร พุ่มเจริญ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่ง พนักงานสวนสาธารณะ นายศิริวัฒน์ ตะวงษา ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) โดยได้ร่วมพูดคุยสอบถามทั้งเรื่องส่วนตัว ชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน รับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ตลอดจนให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ทำงานเพื่อประชาชน

สำหรับรายการอาหาร ประกอบด้วย แกงเขียวหวานหมู คั่วกลิ้งไก่ หมูทอดกระเทียม ผัดผักรวม ผลไม้แคนตาลูปแกงบวดฟักทอง ข้าวหมกไก่ (ข้าวบริยานี)

จากนั้น นายชัชชาติและคณะลงพื้นที่ภายในเขต 6 จุด ได้แก่

จุดที่ 1 องค์การคลังสินค้า ตรวจเรื่องปัญหาน้ำขึ้นสูงและช่วงน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นแนวฟันหลอ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม และแนวทางป้องกันน้ำท่วม
จุดที่ 2 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ตรวจเรื่อง SMART BIN
จุดที่ 3 ใต้สะพานพระราม 9 ตรวจเรื่องปัญหาน้ำขึ้นสูงและน้ำขึ้นช่วงน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นแนวฟันหลอ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม และแนวทางป้องกันน้ำท่วม
จุดที่ 4 ชุมชนหมู่ 3 ราษฎร์บูรณะ ตรวจเยี่ยมชุมชน ผู้สูงอายุ
จุดที่ 5 ชุมชนสุขสวัสดิ์ 58 ซึ่งเป็นชุมชน Zero Waste ประจำปี 2566 ตรวจเยี่ยมชุมชน ผู้สูงอายุ
จุดที่ 6 สวนสุขเวชชวนารมย์ สวน 15 นาที กิจกรรมปลูกต้นไม้ การนำขยะมารีไซเคิลเป็นของใช้