วันที่ 10 มกราคม 2560 พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผู้กำกับการ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต และมียุทธภัณธ์ไว้ในความครองครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม หลังจาก นายวรพล เสือสกุลอายุ 38 ปี ชาว ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้จำหน่ายพลุแฟลร์ให้กับกลุ่มอุตร้าไทยแลนด์ ที่ทำการจุดในการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงแชมป์อาเซียน ระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติอินโดนีเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา กระทั่ง นายวรพล ถูกออกหมายจับ และเข้ามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และทาง สภ.เขลางค์นคร ได้ให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 10 มกราคม 2560 นี้ ซึ่งในครั้งนั้น นายวรพล ได้ใช้หลักทรัพย์ 100,000 บาท ประกันตัวออกไป สำหรับในวันนี้ นายวรพล ได้เดินทางมายัง สภ.เขลางค์นครตามกำหนด เพื่อรายงานตัวว่าไม่ได้หลบหนีไปไหนตามที่ขอประกันตัวออกไปก่อนหน้านี้
สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น ขณะนี้การทำสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งยังคงรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานทางด้านยุทธภัณฑ์ จากหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้ดูแลการสั่งเข้ามาพลุแฟลร์ นำเข้ามา ผลิต และมียุทธภัณธ์ไว้ในความครองครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งหากได้ผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร ก็จะได้ทำการสรุปสำนวนทันที ก่อนที่จะนัดให้ นายวรพล มาอีกครั้ง เพื่อนำตัวส่งสำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง เพื่อดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดลำปางในลำดับต่อไป ซึ่งคาดว่าคดีนี้จะสามารถสรุป และส่งสำนวนฟ้องได้ภายในเดือนมกราคม 2560 นี้
ด้านเพจเฟสบุ๊ค “HBD Lampang Shop ขายพลุแฟลร์-พลุเชียร์บอล/สโม้คควันสี ซึ่งเป็นของ นายวรพล ที่ใช้ประกาศขายสินค้าดังกล่าวทางออนไลน์นั้น ขณะนี้ก็ได้ปิดเพจไปอย่างถาวรแล้ว ส่วนข้อมูลการสอบสวน และสืบสวนต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในรูปคดีดังกล่าวก็ได้มีการประสานให้ข้อมูลกับทาง สน.หัวหมาก เพื่อใช้ในการประกอบคดี ทั้งเส้นทางการนำมาจำหน่าย ที่ นายวรพล สารภาพว่า ไม่ได้สั่งซื้อ และนำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ได้สั่งซื้อมาจากอู่ซ่อมรถบรรทุกแห่งหนึ่งในเขตบางนา กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะส่งไปขายต่อให้ผู้อื่น โดยการช่องทางติดต่อทางเพจออนไลน์ดังกล่าว สำหรับคดีนี้ที่ นายวรพล ถูกจับในข้อกล่าวหาสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต และมียุทธภัณธ์ไว้ในความครองครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

