เหยื่อค้ากามแจ้งจับ’ด.ต.’คนบงการ บังคับเด็กสาวค้าประเวณี แฉหากขัดขืนขู่ทำร้าย โพสต์ประจาน

10.01.17 | 14:36 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ และนางเอ (นามสมมุติ) มารดา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ กลีบสตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ ด.ต.นายหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่ายบังคับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ค้าประเวณี

นายอัจฉริยะกล่าวว่า พาผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์มาร้องขอความเป็นธรรม และแจ้งความดำเนินคดีกับ ด.ต. ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายบังคับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ขายบริการให้กับนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน รวมถึงข้าราชการใน จ.แม่ฮ่องสอน มีเครือข่ายที่ขายบริการไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยให้วัยรุ่นเสพสารเสพติดอีกด้วย เมื่อวัยรุ่นสาวติดสารเสพติดแล้วจึงบังคับให้มาค้าบริการ ปลายปี 2559 มีการจับกุมแม่เล้า 2 คน ที่เป็นเครือข่ายของ ด.ต.นายนี้ โดย น.ส.บี ผู้เสียหาย และมารดา ไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีนี้ เนื่องจากกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) ไม่ได้สืบสวนขยายผลต่อไปถึง ด.ต.นายดังกล่าว ซึ่งมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติเกินฐานะที่เป็น ด.ต. จึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับตำรวจนายนี้

น.ส.เอ มารดาของ น.ส.บี ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อในคดีค้ามนุษย์ ขณะนั้นมีอายุเพียง 17 ปี กล่าวว่า ช่วงปลายปี 2557 ต่อเนื่องจนถึงปลายปี 2559 ลูกสาวถูกบังคับขืนใจให้ค้าบริการทางเพศ จากกลุ่มของ น.ส.ปิยะวรรณ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ปิยะทัศน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่ง น.ส.ปิยะวรรณเป็นธุระจัดหาวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาใน จ.แม่ฮ่องสอน เบื้องหลังมีตำรวจชั้นประทวนยศ ด.ต. และ น.ส.ปิยะทัศน์เป็นผู้จัดหาหญิงสาวอีกสายในการจัดหาวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ค้าประเวณี โดย น.ส.ปิยะวรรณ และ น.ส.ปิยะทัศน์ จะหักค่าหัวคิวครั้งละ 1,000 บาทต่อลูกค้า หากเด็กสาวคนใดไม่ยินยอมจะถูก น.ส.ปิยะวรรณข่มขู่ทำร้ายร่างกาย โพสต์ประจานทางสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ จนทำให้เด็กสาวเกิดความกลัว

น.ส.เอกล่าวต่อว่า เรื่องนี้เนื่องจากเป็นพยานสำคัญให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจ มีตำรวจนำรูปภาพหญิงสาววัยรุ่นเป็นไซด์ไลน์ เมื่อดูภาพก็ต้องตกใจเพราะหนึ่งในภาพที่ตำรวจนำมาให้ดูพบว่าเป็นบุตรสาวของตน จึงร่วมกับตำรวจวางแผนล่อซื้อจับกุม และจับแม่เล้าได้ 2 ราย แต่ไม่สามารถจับกุม ด.ต.ผู้อยู่เบื้องหลังได้ จึงร้องเรียนไปยัง บช.ภ.5 และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลการตรวจสอบสรุปว่าเป็นการเข้าใจผิด ตนพร้อมบุตรสาวจึงเดินทางมาที่ บก.ปคม.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ด.ต.นายดังกล่าวในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์

น.ส.เอกล่าวอีกว่า บุตรสาวตกเป็นเหยื่อของ น.ส.ปิยะวรรณ และ น.ส.ปิยะทัศน์ เช่นเดียวกัน ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้มีเด็กวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 ด.ต.นายดังกล่าว ได้ให้ น.ส.ปิยะวรรณติดต่อให้ น.ส.บีกับพวกรวม 3 คน มาขายบริการให้กับแขกวีไอพี ซึ่ง ด.ต.นายนี้อ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ของนาย ต่อมา บช.ภ.5 ได้ล่อซื้อบริการจากชุดสืบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน จนสามารถจับกุม น.ส.ปิยะทัศน์ได้พร้อมกับเหยื่อวัยรุ่นอีก 2 คน ต่อมาขยายผลจับ น.ส.ปิยะวรรณเพิ่มอีก 1 คน คดีนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน แต่ตนและบุตรสาวไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เนื่องจากไม่ยอมขยายผลถึง ด.ต.ที่เป็นตัวการใหญ่

Advertisement

น.ส.บีกล่าวต่อว่า ตนรู้จักกับรุ่นพี่ที่ชื่อ น.ส.ปิยะวรรณ ได้ชักชวนไปให้ขายบริการ แต่ไม่ยอมไป จึงถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายและจะประจานในสื่อสังคมออนไลน์ มาทราบว่า ด.ต.คนนี้อยู่เบื้องหลังเนื่องจาก น.ส.ปิยะวรรณเป็นคนเล่าให้ฟัง ซึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอนเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่จะกลัว ด.ต.คนนี้ ตนเคยโดนข่มขู่ว่าหากไม่ไปขายบริการจะโดนทำร้ายร่างกาย และบุกมาหาถึงห้องอีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.มานะเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ให้เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียน เบื้องต้นจะตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่รับคดีไว้ดำเนินการแล้ว คดีนี้มีการจับกุมผู้ต้องหา 1 คน อยู่ระหว่างการดำเนินการยังไม่เสร็จสิ้น หลังจากนี้จะซักถามรายละเอียดกับผู้เสียหาย เมื่อได้ข้อเท็จจริงจะดำเนินการอำนวยความยุติธรรมทางคดีอาญา โดยจะประสานให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่มีข้าราชการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางผู้บังคับบัญชาจะต้องสอบสวนทางวินัยควบคู่กันไปด้วย หากมีพยานหลักฐานชี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริงจะดำเนินการไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองสิทธิตามระเบียบกฎหมาย ให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด