ทอ.ส่ง A340 รับแรงงานไทย 140 คน ถึงเทลอาวีฟ 15 ต.ค.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินว่า ได้มีการหารือเตรียมการอพยพแรงงานไทย โดยตัวเลขผู้แสดงความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,862 คน ผู้ประสงค์จะอยู่ต่อ 52 คน
นางกาญจนาให้ข้อมูลว่า ตามที่ได้มีการแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้ คนไทยชุดแรกจากประเทศอิสราเอลจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ในเวลา 10.35 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ไปต้อนรับ และจะมีการดูแลในแง่ของสุขภาพ รวมถึงอาจมีการพาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล นอกจากนั้นแล้ว ทางกระทรวงแรงงานก็เตรียมความพร้อมที่จะเยียวยาให้แก่แรงงานไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งก็จะมีระเบียบในเรื่องนี้อยู่
และล่าสุดวันนี้ก็ได้มีการคุยกันในเรื่องของการเตรียมส่งเครื่องบินของกองทัพอากาศไปรับแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอล โดยลำแรกจะเป็นเครื่องบินแอร์บัส A340 จะเดินทางถึงกรุงเทลอาวีฟ ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยจะสามารถรับผู้โดยสารกลับประเทศไทยได้ 140 คน ส่วนในเรื่องการดำเนินการให้คนไทยมาขึ้นเครื่องบินก็จะเน้นให้คนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้เดินทางกลับก่อน
ทั้งนี้ ทางกระทรวงแรงงานเองก็ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือในจังหวัดต่างๆ มีหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 1694 เพื่อให้ญาติประสานในการติดตามด้วย ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีการโทรแจ้งมาในสายดังกล่าวแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า จะมีการใช้เรือพาณิชย์ในการนำแรงงานไทยกลับประเทศบ้างหรือไม่ นางกาญจนากล่าวว่า เรามีการหารือในเรื่องการใช้เรือด้วย แต่ปัญหาคือพื้นที่ที่ท่าเรือตั้งอยู่ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ก็ไม่แนะนำให้มีการอพยพทางเรือ ดังนั้นจึงขอเน้นไปที่การอพยพโดยใช้เครื่องบิน
ส่วนในเรื่องการขออนุญาตการบินเข้าประเทศอิสราเอล ทางเอกอัครราชทูตไทยได้ติดต่อกับทางอิสราเอลไว้แล้ว ซึ่งทางอิสราเอลก็พร้อมที่จะประสานงาน แต่การบินไปจะต้องผ่านน่านฟ้าของประเทศต่างๆ ซึ่งหากเป็นประเทศที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลก็จะบินผ่านน่านฟ้าประเทศนั้นๆ ไม่ได้ โดยระยะเวลาในการบินกลับประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 8-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ว่าจะบินเส้นทางใด ทางกองทัพอากาศจะส่งแผนการบินมาให้กระทรวงการต่างประเทศในเช้าวันที่ 11 ตุลาคม และทางกระทรวงจะดำเนินการขออนุญาตบินเข้าน่านฟ้าประเทศต่างๆ ซึ่งพยายามเร่งกระบวนการให้เสร็จสิ้นภายใน 2 วันเพื่อที่จะทำให้เครื่องแอร์บัส A340 เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ให้ได้ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้เพื่อไปรับแรงงานไทยในอิสราเอล
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ตอนนี้มีคนไทยรอขึ้นเครื่องกลับประเทศอยู่ที่กรุงเทลอาวีฟแล้วกี่ราย นางกาญจนาให้รายละเอียดว่า จะไม่มีการมารวมพลที่กรุงเทลอาวีฟเพื่อรอขึ้นเครื่อง แต่จะมีการเดินทางมาขึ้นเครื่องบินในวันที่จะมีกำหนดขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยเลย โดยในเที่ยวบินดังกล่าวจะไม่มีการขนร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศมาด้วยเนื่องจากต้องรอทางการอิสราเอลพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตก่อน และในภารกิจการอพยพคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศนั้น ทางรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ก็ขอให้วางใจว่าจะได้รับการดูแลจากทางการ

