NSM ผุด ควิกวิน จัดใหญ่ เทศกาลหุ่นโลก เคลื่อนคาราวานวิทย์ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(NSM) แถลงข่าวโครงการ Quick Win หรือโครงการเร่งด่วนของ NSM ว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ให้ความสนใจมาดูงานที่ NSM เป็นหน่วยงานแรกใช้เวลามาชมกิจกรรมถึง 2 วันติดกันในฐานะผู้ชม โดย รมว.อว.อยากเห็นกระทรวง อว.เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ตนจึงพยายามพัฒนา NSM ให้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ NSM เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกให้ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้เท่านั้น เพราะพิพิธภัณฑ์ระดับโลกในประเทศต่างๆ เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือน พิพิธภัณฑ์จึงเป็นเสมือนความภาคภูมิใจและเป็นตัวแทนของประเทศนั้น การทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกได้จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน จังหวัดและประเทศ

ผอ.NSM กล่าวต่อว่า ดังนั้นในระดับเร่งด่วน NSM มีนโยบาย Quick Win ระยะ 6 เดือนเพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไปสู่ระดับโลกด้วยการจัดงานในระดับนานาชาติ งานแรกคือเทศกาลหุ่นโลกหรือ Harmony World Puppet Innovation Festival 2023 ภายใต้แนวคิด “PUPPET TOY ROBOT” ในวันที่ 21 -26 พ.ย.2566 โดยเทศกาลนี้มีชื่อเสียงในระดับโลกมีหลายสิบประเทศเข้าร่วมซึ่งจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ และยังก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ประเทศไทย

งานต่อมาคืองาน NSM Night At The Museum 2023 โดยจัดพร้อมกันใน 4 สถานที่ของ NSM คือ ในวันที่ 22-24 ธ.ค.2566 ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะ สตรีท รัชดา ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. วันที่ 23-24 ธ.ค ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. โคราช เวลา 18.00-21.00 น. วันที่ 23-24 ธ.ค ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ เวลา 18.00-21.00 น.และวันที่ 22-24 ธ.ค ที่พิพิธภัณฑ์ อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี เพื่อเปลี่ยนมุมมองในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในกลางวันมาเป็นช่วงกลางคืน
ผศ.ดร.รวิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในเดือน พ.ย.2566 NSM นำกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ที่มีทั้งนิทรรศการและกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายออกไปให้บริการเยาวชนและประชาชนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายการเรียนรู้ไปสู่ทุกพื้นที่ภายใต้แนวคิดเด็กไทยทุกคนต้องเข้าถึงพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ได้อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ อุบลราชธานี พะเยา อุทัยธานี นครพนมรวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

