นัก กม.ตอบชัด แรงงานถูกเลิกจ้าง-ส่งกลับไทย เพราะมีสงคราม บ.จัดหางานต้องคืนเงินไหม?
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โพสต์แสดงความเห็นต่อกรณีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศในภาวะสงคราม
โดยระบุว่า “#ภาวะสงครามกับการทำงานในต่างประเทศ
ลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศผ่านบริษัทจัดหางาน แต่ถูกนายจ้างในต่างประเทศเลิกจ้างก่อนจะครบสัญญาเพราะเกิดสงคราม และส่งกลับไทย เช่นนี้ บริษัทจัดหางานจะต้องคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายแก่ลูกจ้างเพียงใด
เช่นในคดีหนึ่ง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานให้โจทก์ไปทำงานที่สาธารณรัฐสั่งประชาชนอาหรับลิเบีย กับบริษัท R จำกัด โจทก์ชำระค่าบริการ 100,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น 30,000 บาท แก่จำเลย วันที่ 15 สิงหาคม 2553
โจทก์เริ่มทำงานกับบริษัท R จำกัด สัญญาจ้างมีกำหนด 2 ปี ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2553 สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบียประสบปัญหาสงครามภายใน ทำให้บริษัท R จำกัด เลิกจ้างโจทก์ก่อนครบกำหนดในสัญญาจ้าง แต่บริษัท R จำกัด ยังคงค้างค่าจ้างระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 20 พฤศจิกายน 2553 เป็นเงิน 2,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 65,000 บาท ต่อมา วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 โจทก์ถูกส่งตัวกลับ
โจทก์จึงขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง ค้างจ่ายจำนวน 65,000 บาท และคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่นจำนวน 130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องค่าจ้างจากจำเลย ค่าจ้างขาดอายุความ 2 ปี จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้าง การบอกเลิกสัญญาจ้างเกิดจากภาวะสงคราม ถือเป็นเหตุสุดวิสัย
ศาลแรงงานภาค 4 พิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยได้รับค่าบริการและคำใช้จ่ายจากโจทก์เป็นเงิน 59,000 บาท จำเลยเป็นตัวแทนที่ทำการแทนบริษัท R จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างตัวการที่อยู่ต่างประเทศ จึงต้องรับผิดชำระค่าจ้างค้างจ่าย 65,000 บาท แต่โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าจ้างเกิน 2 ปี นับแต่เกิดสิทธิเรียกร้อง คดีส่วนนี้จึงขาดอายุความ
ส่วนกรณีฟ้องเรียกเงินคำบริการและคำใช้จ่ายในการจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้ จึงมีอายุความ 10 ปี พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายคืนเป็นเงิน 59,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา 46
วรรคสอง บัญญัติว่า “ในกรณีที่คนหางานไม่สามารถทำงานได้จนสิ้นสุดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดหางานเพราะถูกเลิกจ้างโดยมิใช่สาเหตุจากคนหางาน ผู้รับอนุญาตต้องคืนเงินคำบริการและคำใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากคนหางานไปแล้วเป็นอัตราส่วนกับระยะเวลาที่คนหางานได้ทำงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คนหางานขอรับคืน”
ดังนั้น การที่โจทก์ถูกเลิกจ้างก่อนครบสัญญาจ้าง 2 ปี เพราะเหตุสาธารณรัฐสังคมนิยอาหรับลิเบียเกิดสงคราม ถือว่าเหตุถูกเลิกจ้างมิใช่สาเหตุจากโจทก์ จำเลยจึงต้องคืนจ่ายแก่โจทก์
เมื่อโจทก์ทำงานมาได้ 3 เดือน จึงต้องคืนเงินเป็นอัตราส่วนกับระยะเวลาที่โจทก์ทำงานมา คำนวณ แล้วเป็นเงิน 51,625 บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 51,625 บาท อัตราร้อยละ 7,5 ต่อปีนับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นตันไป จนกว่าจะชำระเสร็จ คำพิพากษาฎีกาที่ 2898/2561
#เลิกจ้างเพราะภาวะสงคราม”

