วันที่ 10 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร นายอำเภอวานรนิวาส พร้อมด้วยฝ่ายความ มั่นคง ทหารมณฑลทหารบกที่ 29 ตำรวจภูธรสกลนคร เชิญนายธัญพัฒน์ หวังวงค์ศิริ ตัวแทนฝ่ายบริษัทไชน่า หมิงต๋า คอร์ปอร์เรชั่นจำกัด นายวัชรินทร์ ศรีสถาพร อดีต สส.สกลนคร นายสักพล ไชยแสงราม ทนายความภาคประชาชน นายไพรยนต์ เชาวนวีรกุล ตัวแทนภาคประชาชน และชาวอำเภอวานรนิวาส กว่า 2 พันคน เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นการเสวนาผลดีผลเสียการทำเหมืองแร่โปแตซ โดยมีนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเริ่มเสวนาปรากฎว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นในห้องประชุม เมื่อกลุ่มภาคประชาชนที่สวมเสื้อคัดค้านเหมืองแร่โปแตซ ได้ประท้วงและเรียกร้องต่อผู้ดำเนินรายการว่า เวทีเสวนาวันนี้เป็นห่วงว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตซ นำไปเป็นข้ออ้างเข้าสำรวจแร่โปแตซในพื้นที่ จึงยื่นข้อเสนอเรียกร้อง ให้ลงนามข้อตกลงเซ็นรับทราบว่า เวทีการประชุมในวันนี้จะไม่มีการนำไปทำเป็นรายงานว่าชาวอำเภอวานรนิวาสยินยอมให้สำรวจขุดเจาะเหมืองแร่โปแตซ จากนั้นทางผู้ดำเนินรายการได้ประชุมเครียด จนยินยอมทำตามข้อตกลงเพื่อความสบายใจทุกฝ่าย จนเกิดความพึงพอใจของผู้ประท้วงและดำเนินรายการต่อไป ท่ามกลางการคุมเข้มของ จนท.ที่รักษาความปลอดภัย

นายธัญพัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลได้อนุมัติประทานบัตร ให้บริษัทเข้าดำเนินการขุดเจาะสำรวจแร่โปแตซ ในพื้นที่ 120,000 ไร่ ของอำเภอวานรนิวาส โดยมีการออกมาประชาสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่องในด้านประโยชน์เหมืองแร่โปแตซ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเกิดการจ้างงาน ราคาปุ๋ยที่ถูกลง การทำเหมืองแร่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ จะไม่ประสบปัญหาเหมือนในอดีตหรือที่อื่นๆ เช่น การป้องกันดินยุบตัว การป้องกันการปนเปื้อนแร่โปแตซลงไปสู่ชั้นนำใต้ดินและพื้นที่ทำการเกษตรรวมถึงฝุ่งละออง ซึ่งจะต้องมีการควบคุมและป้องกันผลกระทบมากที่สุด โดยมีการวิจัยและศึกษาอย่างถี่ถ้วนของนักวิชาการจากสถาบันต่างๆแต่ยังติดปัญหา เนื่องจากมีการคัดค้านการเข้าสำรวจ ซึ่ง 1 ปีผ่านแล้วยังไม่คืบหน้า
ด้านนางสาวบำเพ็ญ ไชยรักษ์ นักวิจัยภาคประชาชน กล่าวว่า ยอมรับว่าพื้นที่ในอีสานมีดินเค็มค่อนข้างสูงมากถึง 17 ล้านไร่ ส่วนสกลนครมีดินเค็มถึง 1.07 ล้านไร่ ไม่แปลกหากจะเป็นเป้าหมายให้กลุ่มที่จะทำเหมืองแร่โปแตซ เลือกมาที่อำเภอวานรนิวาส ซึ่งแต่เดิม คนอำเภอวานรนิวาส ทำไร่ ทำนา และทำนาเกลือควบคู่กันอยู่แล้ว การทำเหมืองแร่โปแตซก็มีประโยชน์ แต่อย่าลืมว่าอีกด้านก็ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแน่นอน เช่น ฝุ่นละออง ดินยุบตัว แหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งตลอด 30 ปี ที่ผ่านมาเห็นได้ว่าการทำเหมืองแร่โปแตซในหลายพื้นที่มีปัญหาตลอด มีการฟ้องร้องไปมาสร้างความแตกแยกให้กับคนในชุมชน เพราะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งนี้จะมั่นใจอย่างไรว่า หากมีการดำเนินการจนเกิดเหมืองแร่ บริษัทจะมีหลักประกันอะไรกับคุณภาพชีวิตของชาวอำเภอวานรนิวาสหากมีการตั้งเหมืองแร่

ทั้งนี้ งานเสวนาดังกล่าว ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากวุ่นวายในตอนแรก ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งใจฟังและตอบข้อซักถาม ซึ่งการเสวนาครั้งนี้ไม่มีผลใดๆต่อการนำไปเป็นข้ออ้างสิทธิในการสำรวจโปแตซ แต่เป็นการเปิดเวทีได้ชี้แจงข้อดีข้อเสียและการป้องกันของบริษัทไชน่า หมิงต๋า คอร์ปอร์เรชั่น จำกัดและฝ่านคัดค้าน ซึ่งจะต้องจับตาต่อไปว่า ทิศทางเหมืองแร่โปแตซที่อำเภอวานรนิวาส จะไปในทิศทางใด เพราะประชาชนหลายพันคนยังคงคัดค้านอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เหมืองแร่โปแตซเกิดขึ้น

